หมวดหมู่: รีวิวหนัง

ต.ค. 28 2018

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1988 : Rain Man

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1988 เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น Rain Man หรือ
ชายชื่อเรนแมน ภาพยนตร์ดราม่าคอมเมดี้ ที่ได้ แบร์รี่ มอร์โรว์ รับหน้าที่เขียนบท ภายใต้ฝีมือผู้กำกับ แบร์รี่ เลวินสัน
ภาพยนตร์เรื่อง Rain Man หรือ ชายชื่อเรนแมน กล่าวถึงเรื่องราวของ ชาร์ลี แบบบิท (ทอม ครู๊ซ)
ผู้ซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มนำเข้ารถยนต์ ผู้ใช้ชีวิตด้วยตัวเองมานาน เพราะเขาหนีออกจากบ้านมาตั้งแต่วัยรุ่น เนื่องจากรู้สึกว่าพ่อไม่รัก
และไม่ยอมรับในตัวเขา ต่อมา ชาร์ลี ได้รับแจ้งข่าวการเสียชีวิตของพ่อและต้องไปพบกับผู้จัดการมรดก
ก่อนจะทราบว่าได้รับเพียงรถเปิดประทุนรุ่นเก่าคร่ำครึที่เขาเคยอยากได้ตั้งแต่สมัยวัยรุ่นให้คันเดียว
โดยทรัพย์สินมากมายอีกหลายล้านดอลลาร์ยกให้กับคนอื่น เรื่องดังกล่าวทำให้ ชาร์ลี
พยายามสืบหาว่าพ่อยกทรัพสินย์ที่เหลือให้ใคร กระทั่งทราบว่า พ่อเขายกให้นายแพทย์คนหนึ่งเป็นผู้จัดการทรัพย์สินที่เหลือทั้งหมด
ทำให้เขาไปหาแพทย์ผู้นั้นถึงสถานบำบัด ก่อนจะได้เจอ เรย์มอนด์ แบบบิท พี่ชายที่ป่วยเป็นออทิสติก
นั่นเป็นครั้งแรกที่ ชาร์ลี รับรู้ว่าเขาไม่ใช่ลูกคนเดียวและรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมที่เขาได้เพียงรถเก่าๆ
แต่พี่ชายที่ไม่รู้จักค่าของเงินด้วยซ้ำกลับได้ทุกอย่างไป เขาจึงลักพาตัว เรย์มอนด์ ออกไปจากสถานบำบัด
เพื่อต่อรองกับแพทย์ผู้เป็นคนจัดการทรัพย์สินให้แบ่งเงินมาให้เขาครึ่งหนึ่ง ตอนแรก ชาร์ลี พยายามพาพี่ชายกลับบ้านด้วยการนั่งเครื่องบิน
แต่พี่ชายเขากลับกลัว ไม่ยอมนั่งเครื่องบิน แถมยังท่องได้หมดอีกว่าสายการบินอะไรเคยตกบ้าง
และจะไม่ยอมนั่งสายการบินนั้น ทำให้สุดท้าย ชาร์ลี ต้องพาเขากลับไปด้วยการขับรถและนั่นคือการเดินทางสู่มิตรภาพแสนยิ่งใหญ่
เส้นทางยาวไกลที่พัฒนาความสัมพันธืของทั้งคู่ไปด้วยกัน แค่พล็อตเรื่องที่เกริ่นมาก็น่าสนใจแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ Rain Man หรือ
ชายชื่อเรนแมน ครองใจผู้ชมคือความรู้สึกอิ่มเอมใจ รู้สึกถึงการมีพี่น้องเป็นสิ่งที่วิเศษ
และนั่นทำให้หนังเรื่องนี้กวาดรายได้ทั่วโลกกว่า 354 ล้านดอลลาร์ โดยตลอดเวลา 133 นาที ในภาพยนตร์ Rain Man หรือชายชื่อเรนแมน
ผู้ชมจะได้รู้จักกับผู้ที่มีความบกพร่องทางสมองหรือโรคออทิสติกหรือเด็กพิเศษ เพราะหนังเก็บรายละเอียดของคนที่เป็นออทิสติกได้อย่างยอดเยี่ยม
และใส่รายละเอียดต่างๆ ลงไปให้เราเห็นถึงการใช้ชีวิต และการรับมืออยู่ร่วมกับคนที่เป็นออทิสติกซึ่งแน่นอนคำว่าเด็กพิเศษมันต้องมีอะไรพิเศษ
อย่างตัวละครของ เรย์มอนด์ เป็นออทิสติกที่มีความจำและความถนัดทางด้านสถิติตัวเลขเป็นเลิศซึ่งมีเด็กพิเศษทีมีความถนัดแบบนี้อยู่จริง
และการแสดงอันยอดเยี่ยมของ ดัสติน ฮอฟแมน ก็สามารถถ่ายทอดบุคลิกภาพของออทิสติกเหล่านี้ได้อย่างหมดจด
แนบเนียน ทำให้สร้างความน่าติดตามได้อย่างยอดเยี่ยม ขณะเดียวกัน ทอม ครู๊ซ ที่มารับบทเป็นน้องชายผู้เห็นแก่ตัว ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน
ทำให้หนังที่ส่วนใหญ่เวลาเกือบค่อนเรื่องอาศัยเพียงสองนักแสดง สามารถดึงคนดูไว้ได้ ไม่น่าเบื่อ
และควรแค่แก่การหามาชมสักครั้งในชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัยเลย…

ต.ค. 24 2018

รีวิวหนัง Three Billboards Outside Ebbing, Missouri

Three Billboards เป็นหนังเกี่ยวกับการท้าทายอำนาจของรัฐ ในรูปแบบของการเอาคืนจากมิลเดร็ด แม่ผู้สูญเสียลูกสาวไปกับการข่มขืนแล้วฆ่า
ตำรวจก็สืบหาผู้ต้องสงสัยไม่ได้ มิลเดร็ดไม่อาจทนกับความยุติธรรมในครั้งนี้ได้ เธอโทษว่าเป็นความผิดของตำรวจ เธอจึงท้าทายตำรวจด้วยการตั้งป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ 3
ป้ายบนถนนชนบทที่แทบไม่มีใครขับผ่าน กลายเป็นข่าว แพร่ออกไปทั่วรัฐจนตำรวจท้องถิ่นไม่อาจนิ่งเฉยได้
และทำให้คนที่นับถือนายอำเภอ เริ่มไม่พอใจ แล้วเรื่องราวการเอาคืนไปก็เริ่มต้นขึ้น แม้เนื้อเรื่องจะหนักหน่วงแต่การเล่าแบบมุกตลกนิดๆ ก็ทำให้เนื้อเรื่องเบาลง
เราจะได้เห็นความแค้นและการเอาคืนของแต่ละฝ่าย ทั้งฝ่ายของมิลเดร็ดและตำรวจ และมีระดับที่รุนแรงขึ้นตามองค์ประกอบของหนัง เริ่มตั้งแต่การใช้อำนาจโดยมิชอบจนถึงโยนคนลงจากตึก
มันทำให้เราเห็นตัวละครที่ผ่านความเจ็บปวด ถูกดูหมิ่นทำร้ายกัน และมีแก้แค้นเอาคืนกันแบบสะใจเราจะได้เห็นครอบครัวของแต่ล่ะตัวละครที่อยู่ในวาระการเอาคืนในแต่ละรูปแบบ
ไม่ว่าจะฟากมิลเดร็ด สภาพของผู้คนที่ต้องรับมือกับการจากไปอย่างกะทันหันจากการฆาตกรรม ฝั่งของนายอำเภอแสนอบอุ่นที่ใครๆ ก็รัก และอยู่ในรัฐที่การเหยียดผิวเป็นเรื่องปกติ
ที่ต้องเผชิญหน้ากับเพื่อนที่ไว้ใจไม่ค่อยได้ หรือกับคดีที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถไขออกอย่างคดีของ เราจะได้เห็นการเดินเรื่องแบบนี้ในทุกตัวละคร โดยเฉพาะฉากท้ายๆ ที่ตัวละครสำคัญๆ เริ่มต้นที่จะเห็น “อีกด้าน” ของตัวเอง
แกนกลางของหนัง คือ การแก้แค้นที่ไม่มีทางจบสิ้น และไม่มีอะไรที่แก้ไขได้ มีแต่การทำร้ายกันมากขึ้นๆ ยิ่งฉากจบของหนัง จึงเป็นอะไรที่แตกต่างกับตอนต้นเรื่องมาก
แต่ก็อย่างที่บอกหนังเรื่องนี้ทำได้อย่างสมจริงมาก โดยเฉพาะซีนอารมณ์ และยิ่งมีการตัดต่อที่ขั้นเทพมาก ก็ทำให้หนังเรื่องนี้มีเสน่ห์ขึ้นมาได้ไม่ยาก…

ต.ค. 21 2018

10 ภาพยนตร์สยองขวัญที่จะทำให้คุณนั่งไม่ติดเก้าอี้ 3

กลับมาอีกครั้งกับการจัดอันดับหนังสยองขวัญที่จะทำให้คุณนั่งไม่ติดเก้าอี้
และอย่างเช่นเคยเราจะนำหนังที่คุณภาพเยี่ยมมาให้คุณได้ดูกันว่าจะหลนอแค่ไหนน่ากลัวอย่าง
ไร และน่าสนใจขนาดไหนออย่ารอช้าไปติดตามกันได้เลย
ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ
นับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยที่ภาพยนตร์เรื่องชัตเตอร์
กดติดวิญญาณประสบความสำเร็จเกิดนความคาดหมาย
เพราะนอกจากจะเป็นหนังที่ถูกประเทศอื่นซื้อสิทธิ์ไปฉายมันยังเป็นหนัวไทยเพียงไม่กี่เรื่องที่ฮอลลีวู้ดได้ขอซื้อลิขสิทธิ์ไปรีเมคใหม่อีกต่างหาก
โดยหนังว่าด้วยชายคนหนึ่งที่เป็น่างภาพได้พบเจอกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่นับวันมันยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ
ก่อนจะพบเจอว่าสิ่งที่เชากำลังเผชิญคือวิญญาณร้ายของหญิงคนหนึ่งที่มีพลังอาฆาต
โดยฉากที่หลายคนจับได้คือฉากที่ผีขี่คอพระเอกทำเอาหลายคนต่างหวาดกลัวไปตามๆกัน
และด้วยความสงสัยทำให้เขาเริ่มค้นหาคำตอบก่อนจะเจอจุดใต้ตำตอที่แทบไม่อยากจะเชื่อ
และยิ่งทำให้ความหลอนของหนัวเรื่องนี้ทวีคูณยิ่งขึ้นไปอีก
พอเตอร์กีส
เชื่อว่า ณ วันนี้มันยังคงเป็นหนังสุดายองขวัญที่อยู่ในใจของใครหลายคนอย่างแน่นอน
หนังว่าด้วยครอบครัวฟรีลิ่งที่ถูกสิ่งลึกลับเหนือธณรมชาติคอยเล่นงานอยู่เสมอไม่ว่าจะมาในรูปแบบของเสียง
กลิ่นต่างๆทำให้พวกเขาต้องการจะไล่สิ่งนี้ออกไปจากบ้านของพวกเขา
แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และยิ่งไล่เท่าไหร่วิญญาณร้ายก็ยิ่งคุกคามพวกเขามากขึ้น
และทำให้หนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยความหลอกบวกกับความสนุกที่ลงตัวจากการเล่าเรื่องได้ดี
และที่สำคัญมันเป็นผลงานของ สตีเว่น สปีลเบร์ก พ่อมดแห่งฮอลลีวู้ดคนนี้นั่นเอง
โดยหนังถูกทำออกมาถึง 3 ภาค และประสบความสำเร็จมาโดยตลอด
ขณะที่การเล่าเรื่องของแต่ละภาคจะต่างกันออกไป
แต่ที่เหมือนกันคือปริศนาอันดำมืดยังคงไม่ถูกเปิดเผย
และทำให้คนดูอยากที่จะติดตามเรื่อยๆนั่นเอง
ไซโค
แค่เอ่ยชื่อมาก็อาจทำให้คนที่รู้จักหนังเรื่องนี้ขนลุกเป็นเกรียวแน่ๆ
เพราะนี่คือหนังสยองวัญที่ถูกกล่าวขานว่าหลอนที่สุดเท่าที่เคยมีในยุคเมื่อ 20 กว่าปีก่อน
และยิ่งไปกว่านั้นมันมาจากฝีมือผู้กำกับที่ถูกยกเป็นเจ้าพ่อแห่งหนังสยองขวัญอย่าง อัลเฟร็ด
ฮิตช์ค็อก โดยหนังว่าด้วยหญิงสาวที่แอบขโมยเงินจากนายจ้างจนต้องหนีไปที่เมืองอื่น
แต่กลับหลงทางจนไปพบโรงแรมแห่งหนึ่ง และได้พบกับเจ้าของโรงแรม
ซึ่งดูเหมือนทุกอย่างจะไม่มีอะไร
แต่เมื่อเธอพบว่าแม่ของเขาสติไม่ดีจึงได้แนะนำให้พาไปหาหมอ แต่ชายคนดังกล่าวปฏิเสธ
และเมื่อเธอได้กลับไปอาบน้ำพักผ่อนในห้องของตัวเองความสยองของหนังเรื่องนี้เกิดขึ้น
สำหรับเรื่องนี้ไปในทางแนวไล่ล่า
และค้นหาความจริงซะมากกว่าหากใครชื่นชอบความสยองขวัญที่เป็นแนวสืบสวนสอบสวนแล้ว
ล่ะก็ไซโคน่าจะโดนใจของใครหลายคนเลยทีเดียว…

ต.ค. 18 2018

ธีมทั้งคู่เรื่องแตกต่างกัน!! โซฟี เทอร์เนอร์ ยังไม่เห็นภาพ X-Men อยู่ร่วมกับอเวนเจอร์ส

ภายหลังที่สร้างความฮือฮาด้วยการปล่อยครั้งเซอร์ภาพยนตร์เรื่อง X-Men: Dark Phoenix ซึ่งจัดเตรียมจะเข้าฉายตอนต้นปีหน้า 
โดยในเรื่องราวนั้นสิ่งที่พวกเรามองเห็นได้อย่างชัดเจนเป็นการที่เนื้อหาของเรื่องจะเน้นไปทางนักแสดงหลักอย่าง จีนเกรย์ ที่สวมบทบาทโดย โซฟี เทอร์เนอร์ (Sophie Turner)
ที่ว่ากันว่ามีพลังพอที่จะทำลายมวลมนุษย์ชาติได้ในพริบตาเดียวและก็งานนี้กลุ่ม X-Men ก็เลยจำเป็นต้องรวมกลุ่มเพื่อหยุดหายนะคราวนี้ให้ได้
ปัจจุบันในงานคอมิกที่นิวยอร์ก ผู้แสดงนำฝ่ายประเด็นนี้อย่าง โซฟี เทอร์เนอร์ (Sophie Turner) ก็ไปแสดงตัวอยู่ในงาน พร้อมด้วยมีโอกาสได้ตอบปัญหาของผู้รายงานข่าวว่าหลังจากนี้มีความน่าจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่ X-Men จะได้ไปอยู่ในจักรวาลหนังมาร์เวล
ฉันก็ไม่ทราบเช่นกันค่ะ แต่ว่าที่ทราบเป็นนักแสดงนี้มีความสลับซับซ้อนมากมายตลอดจนทุกนักแสดงใน X-Men ที่จะต้องแยกตัวออกมาเพราะว่าถูกต่อต้าน และไม่น่าจะเป็นสิ่งที่กำลังจะได้กำเนิดในเวนเจอร์สอย่างแน่ๆ 
ซึ่งตามจริงต้องการเห็นมาร่วมงานกันทั้ง ทีมนะ แต่ว่าเห็นเรื่องราวมันค่อนข้างจะไม่เหมือนกันมากก็เลยไม่น่าจะมาพบกันได้ ซึ่งถ้าเกิดจะทำจริงก็น่าดึงดูดว่าน่าตาจะออกมาเป็นยังไง’’
ดังนี้ เรื่องของความน่าจะเป็นที่จะเอาภาพยนตร์ เรื่องมาร่วมกันนั้น มั่นใจว่าแม้ทางค่าย Marvel Studios จะจัดขึ้นมาจริงๆยืนยันว่าจะจัดออกมาได้อย่างดียิ่งแล้วก็ผสมกับผู้แสดงคณะทำงานเวนเจอร์สได้พอดีอย่างแน่แท้
X-Men: Dark Phoenix 
เรื่องราวของนักแสดงที่ชื่อว่า จีน เกรย์ ที่คุณนั้นสามารถปรับปรุงพลังของตนเองให้แปลงเป็นพวก ดาร์ก ฟีนิกซ์ ซึ่งมีความร้ายกาจมาก ท้ายที่สุดแล้วเหล่ากลุ่ม X-Men
อาจจะต้องเลือกว่าจะรักษาชีวิตเพื่อนพ้องไว้หรือสกัดกั้นการทำลายมวลมนุษย์ชาติให้หมดจากโลกนี้

ต.ค. 15 2018

7 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้ใน Along with the Gods ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า

ก่อนจะที่เราจะได้ชมภาพยนตร์เกาหลีภาคต่อฟอร์มแรงอย่าง Along with the Gods
ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า ภาค 2 ที่เข้าฉายในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ในโรงภาพยนตร์
เรามาทำความรู้จักที่มาของภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่คุณอาจยังไม่รู้กัน
1. Along with the Gods
สร้างมาจากเว็บตูนสุดฮิตในชื่อเรื่องเดียวกันจากประเทศเกาหลีใต้
และทำยอดขายในแบบรูปเล่มกว่า 450,000 เล่ม
ว่าด้วยเรื่องของการผจญภัยในโลกหลังความตายของวิญญาณที่ต้องเผชิญหน้ากับการ
ฝ่าด่าน 7 ขุมนรก ภายในระยะเวลา 49 วัน ด้วยพล็อตที่แหวกแนวและน่าสนใจนี้ทำให้
Along with the Gods จึงเป็นเว็บตูนที่มียอดการอ่านกว่าพันล้านวิว
นับเป็นตำนานเว็บตูนเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้
2. ที่มาของการฝ่า 7 ด่านนรก ภายใน 49 วันในเรื่อง Along with the Gods
มาจากความเชื่อเรื่องชีวิต 49 วัน หลังความตาย
ที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าวิญญาณจะได้ไปเกิดใหม่หรือไม่
ขึ้นอยู่กับความดีของวิญญาณและผลบุญที่ญาติพี่น้องของวิญญาณอุทิศให้
3. การันตีคุณภาพด้วยฝีมือของผู้กำกับ คิม ยงฮวา ที่เคยฝากผลงานมาแล้วจาก 200
Pounds Beauty, Take Off และ Mr. Go) โดยเป็นการกลับมาทำหนังอีกครั้งในรอบ 4
ปี โดยจุดเด่นของเขา คือการถ่ายทอดความอบอุ่นหัวใจ อารมณ์ขัน
และนำเสนอความเป็นมนุษย์ที่คนดูจะต้องเอาใจช่วยตัวละครอยู่เสมอ
4. นรกทั้ง 7 ด่านใน Along with the Gods ว่าด้วยบาปแห่ง ฆาตกรรม,
ความเกียจคร้าน, หลอกลวง, อยุติธรรม, ความทรยศ, ความรุนแรง, อกตัญญู ซึ่ง คิม
ยงฮวา ผู้กำกับของเรื่องเผยว่า เขาได้แรงบันดาลมาจากธาตุทั้ง 7
ที่พบได้ตามธรรมชาติ ได้แก่ ไฟ, น้ำ, โลหะ, น้ำแข็ง, กระจก, แรงโน้มถ่วง และ ทราย
โดยที่ในแต่ละด่านจะมีอุปสรรคที่มีความสอดคล้องกันไป
5. จู จีฮุน นักแสดงหนุ่มจากซีรี่ส์ดังอย่าง Princess Hours ที่ชาวไทยคุ้นเคยกันดี
โดยในครั้งนี้ จู จีฮุน มาในบทบาท ยมทูตเฮวอนเมก ยมทูตนักสู้ฝีมือดี
ผู้คอยคุ้มครองดวงวิญญาณจากอันตราย เขาได้ยกระดับฝีมือการแสดงไปอีกขั้น
ด้วยการลงทุนเตรียมร่างกายด้วยการฝึกซ้อมถึง 2 เดือนก่อนการถ่ายทำ
เพื่อให้การแสดงฉากบู๊ออกมาดุเดือดและสมจริงที่สุดเท่าที่จะทำได้
6. ฮา จองอู นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมเวที Asian Film Awards
ได้รับบทบาทที่ท้าทายที่สุดของเขา ด้วยการรับบทเป็น ยมทูตคังลิม
ตำแหน่งหัวหน้ายมทูต มืออาชีพแห่งการส่งวิญญาณกลับไปเกิดใหม่
โดยตัวเขาได้กล่าวว่า “ผมไม่ลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียวตอนตัดสินใจเล่นเรื่องนี้”
7. คิม ฮยางกี นักแสดงสาวกับบทบาทครั้งสำคัญ
เพราะนี่คือหนังใหญ่ที่สุดที่เธอเคยเล่นมา กับบทบาทของ ยมทูตดัคชุน
ยมทูตสาวผู้ปราดเปรื่อง และเปี่ยมไปด้วยความเมตตา ซึ่งผู้กำกับของเรื่องอย่าง คิม
ยงฮวา ได้กล่าวชื่นชมการแสดงของเธอไว้ว่า “เธอแสดงออกมาได้ไร้ที่ติ
ผมแทบสัมผัสถึงความอบอุ่นในตัวละครของเธอเหมือนกับต้นฉบับเว็บคอมมิคเลยทีเดียว”…

ต.ค. 11 2018

ภาพยนต์ดีที่ไม่ควรพลาด

1.THE Dark
Dark เป็นภาพยนตร์ซีรีส์แนวสยองขวัญลึกลับ จากฝีมือการกำกับของ Baran bo Odar
ซึ่งเรื่องนี้มีกลิ่นอายของภาพยนตร์สยองขวัญ เรื่องราวกล่าวถึงคดีการหายตัวไปของเด็ก
สองคนในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง  ที่ตั้งอยู่ในประเทศเยอรมัน  โดยมีการทดลองบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้นที่นี้
โดยเนื้อเรื่องจะเป็นการตัดสลับไปมาระหว่างปี 1986 กับปีปัจจุบัน เกิดอะไรขึ้นในหมู่บ้านแห่งนี้กันแน่?
แล้วมีอะไรอยู่ในความจริงนี้
2.Godzillaเรื่องราวกล่าวถึงการสิ้นสุดของความ
รุ่งโรจน์ของเหล่ามวลมนุษยชาติในช่วงฤดูร้อนครั้งสุดท้ายของศตวรรษที่ 20
มนุษย์ได้ละทิ้งโลกหลังจากที่เหล่าสัตว์ประหลาดได้ต่อสู้กันเพื่อแย่งชิง ความเป็นใหญ่
ซึ่งนั่นทำให้เหล่ามนุษย์ต้องสูญเสียความเป็น ผู้อยู่บนจุดสูงสุดของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง ซึ่งราชาที่แท้จริงของโลกนั้นคือ
“ก็อตซิลล่า” อสูรกายขนาดใหญ่ที่ได้สมยานามว่าเป็น “ราชาแห่งเหล่าสัตว์ประหลาดทั้งปวง” (The King of Monster)
และในปี 2048 เป็นเวลาถึง 20 ปีที่มนุษย์ได้พยายามเดินทางไปหาดินแดนแห่งใหม่เพื่อตั้งรกราก
ทว่า “Tau Cetie” ดวงดาว ที่ไปยืนนั้นมีความแตกต่างทางระบบนิเวศจนไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้
ประกอบกับบนยานสำรวจที่พวกเขาได้ใช้ชีวิตอยู่ก็มีสภาพที่เสื่อมโทรมทางด้าน ระบบยังชีพอย่างมาก
ทำให้มนุษย์ตัดสินใจเดินทางกลับไปยังดวงดาวบ้านเกิดของตัวเอง
3.ทะลุโลกหลุดจักรวาล
อีกหนึ่งซีรี่ส์ไซไฟที่น่าสนใจจากทาง ที่เล่าเรื่องราวการผจญภัยในอวกาศของครอบครัวโรบินสัน
ที่ต้องร่วมมือกันเพื่อความอยู่รอด ระหว่างเดินทางไปจักรวาลอาณานิคม
เหตุฉุกเฉินทำให้ยานของครอบครัวตกลงที่ดาวดวงหนึ่งที่ไม่รู้จัก และการผจญภัยก็ได้เริ่มขึ้น ณ จุดนั้น
4.วูลฟ์เวอรีน
วูลฟ์เวอรีน บอกเล่าเรื่องราวของ เจมส์ โลแกนฮิววิตต์ ในช่วงสูงวัยเมื่อพลังการรักษาตัวของเขาค่อยๆ
เสื่อมถอยลง คราวนี้ของต้องแท็กทีมกับ ศาสตรจารย์เอ็กซ์
เพื่อช่วยดูแลมนุษย์กลายพันธุ์รุ่นจิ๋วที่มีพลังเหมือนกับเขาให้รอดปลอดภัย
5.Alien หนังภาคต่อของ Prometheus (2012) บอกเล่าเรื่องราวของยานโคเวอแนนต์
ที่ลงมาสำรวจดาวและพบกับ เดวิด หุ่นยนต์แอนดรอยด์ผู้รอดชีวิตจากยานโพรมีธีอุส
โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นหนังเรื่องแรกจากทั้งหมด 3 ภาคที่จะปูทางเข้าสู่ภาพยนตร์ Alien ฉบับดั้งเดิมในปี1979
6.Wonder Woman
เจ้าหญิงอเมซอนคนนี้ก็ขโมยซีนไปไม่น้อย
และคราวนี้ก็ถึงเวลาวันเดอร์วูแมนฉายเดี่ยวในหนังของตัวเองเป็นครั้งแรก
พร้อมออกเดินทางเพื่อร่วมรบให้กับกองทัพพันธมิตรในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1
และค้นหาพลังที่แท้จริงของเธอเอง
7.WHAT HAPPENED TO MONDAY
เมื่อโลกต้องเผชิญวิกฤตประชากรล้นโลก
รัฐบาลออกออกกฏบุตรหนึ่งคนต่อหนึ่งครอบครัวซึ่งมีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างเด็ดขาด
แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อครอบครัวหนึ่งกลับมีบุตรสาวเป็นแฝด 7 คน ซึ่งถูกตั้งชื่อตามวันในสัปดาห์
พวกเธอต้องซ่อนตัวไม่ให้โลกรู้และแต่ละคนจะได้ออกไปโลกภายนอกตามวันในชื่อของตัวเองเท่านั้น
8.The Golden Circle
เมื่อกองบัญชาการของพวกเขาถูกทำลายลงและโลกต้องตกเป็นตัวประกัน
การผจญภัยของพวกเขาได้นำไปสู่การค้นพบกับกลุ่มสายลับที่เป็นพันธมิตรใน สหรัฐฯ ที่ชื่อว่าสเตทส์แมน
ซึ่งเป็นการหวนกลับไปหาวันที่ทั้งคู่ได้รับการก่อตั้งขึ้นมา
การผจญภัยครั้งใหม่นี้จะมีการทดสอบความแข็งแกร่งและไหวพริบปฏิภาณของสายลับ พวกเขาอย่างสุดกำลัง
ทั้งสองสุดยอดองค์กรลับจะต้องร่วมมือกันกำจัดศัตรูตัวร้าย…

ต.ค. 07 2018

หนังแอคชั่นบู๊ล้างผลาญมีเรื่องอะไรบ้างไปดู

หนังที่สุดมันมีมากมายหลายเรื่องที่ผ่านมาเรื่องไหนเป็นที่ถูกใจคอหนังบ้างเเละมาดูกันว่าหนังเรื่องไหนที่สร้างได้สุด
ยอดเป็นที่ถูกใจคอหนังงานนี้ได้คัดเรื่องเด็ดมาเเล้วรอบไปอ่านดูว่าหนังเเต่ละเรื่องเป็นที่ถูกใจเเค่ไหน
เรื่องเเรกยกให้ Man On Fire เป็นหนังที่โหดมันส์
เป็นเรื่องของนักฆ่าเลือดเย็นที่อยากกลับตัวกลัวใจมาเป็นคนดีตามคำแนะ
นำของเพื่อนสนิท เขาเริ่มต้นอาชีพบอดี้การ์ดให้กับเด็กผู้หญิง
ยิ่งได้ใช้เวลาด้วยกันมากเท่าไหร่ความสนิทของทั้งคู่ก็เริ่มจะมากขึ้เท่านั้น
ทุกอย่างกำลังจะไปได้สวยจนกระทั่งมีโจรกลุ่มหนึ่งมาลักพาตัวเด็กผู้หญิง
ไป เเละด้วยความโกรธและความแค้นของอดีตนักฆ่าเลือดเย็นก็ได้กลับมา
เขาทำทุกอย่างเพื่อตามล่ากลุ่มโจรลักพาตัวเด็ก บอกเลย Man On Fire
เป็นหนังบ้าเลือดดีๆนั้นเองบอกเลยว่าเป็นหนังที่ดูกี่ครั้งก็มันที่ครั้งไป
ไปที่อีกเรื่อง Transporter มีหลายภาคเเละ
เนื้อหาโดยรวมก็ยังคงเส้นคงวาดีไม่มีตก มีเนื้อเรื่องว่า
มีชายคนหนึ่งที่เป็นคนขับรถ เขาทำทุกอย่างเพื่อแลกกับเงิน
ไม่มีการตั้งคำถาม ไม่มีการเอ่ยชื่อ ใครที่จ้างเขาไปทำอะไรกี่คนๆก็ไม่เคยผิดหวังเลยเเละ
ทุกอย่างก็เหมือนจะปกติจนเกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ไม่คาดฝัน ทำให้
Transporter อย่างเขาต้องงัดเอาฝีมือที่แท้จริงออกมาโชว์
จะดุเดือนเผ็ดมันส์ขนาดไหนต้องลองไปดูซ้ำกันอีกครั้ง
หนังสุดมันอีกเรื่องก็คือ Taken ถึงแม้ว่าจะมีภาคต่อมาถึง 3
ภาคแล้วก็ตาม แต่แฟนๆ ก็เหมือนยังรอการกลับของไมเคิลอยู่เสมอ
โดยเรื่องนี้จะมีเนื้อหาประมาณว่า อดีตฝีมือ CIA ฝีมือดี
เขาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานแต่ในด้านครอบครัวก็เหมือนว่าจะตรงกันข้าม
ภรรยาและลูกย้ายไปอยู่กับสามีใหม่แต่ก็มีเรื่องที่ทำให้ไมเคิลต้องออกโรงปกป้องลูกสาวของเขาจากกลุ่มค้าป
ระเวณีต่างประเทศ เเละงานนี้บอกเลยพ่อก็คือพ่อวันยังค่ำเพราะเพื่อช่วยลูกสาวพ่อก็ยอมทำได้ทุกอย่างได้เสมอ
มาที่สุดยอดหนังสุดมันโหดใครๆก็ยกให้ John Wick
มือปืนที่ตัดสินใจใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายๆกับหมาที่ภรรยาที่เสียชีวิตของเขา
ซื้อไว้ให้ แต่โชคร้ายเจอเข้ากับลูกหัวหน้ามาเฟียที่โชว์เก๋าไว้ เพราะ
อยากได้รถของ John Wick จนทำให้พลั้งมือฆ่าหมาของ John
บอกได้คำเดียวว่า เละ จบไม่สวยแน่นอนเลยทีเดียว เพราะ
น้องหมาตัวให้เป็นเหมือนสิ่งดูต่างหน้าแทนภรรยาของเขานั้นละ
ด้วยเรื่องเป็นแบบนี้ทำให้ John Wick
ต้องสวมวิญญาณโหดล้างแค้นอีกครั้ง ใครที่ชอบหนังแอคชั่น
สุดมันดูเเล้วต้องรองว่าสุดยอดไปเลย…

ต.ค. 04 2018

ซีรีย์ภาคต่อ netfilx

1.โคตรเซียนโรงเรียนพนัน
เป็นเรื่องราวของ “โรงเรียนเอกชนเฮียคคะโอ” ที่มีกฎกติกาการควบคุมเหล่านักเรียนด้วยการ “เล่นการพนัน” เพื่อ
แบ่งชนชั้นภายในโรงเรียน  โดยผู้ที่ชนะการพนันนั้นจะมีสิทธิที่เหนือกว่าผู้ที่แพ้การพนัน
และสามารถกระทำอะไรต่อผู้แพ้ก็ได้  ซึ่งในโรงเรียนนี้เอง “จาบามิ
ยูเมะโกะ” เด็กสาวปริศนาผมดำยาวสลวยได้ย้ายเข้ามาเรียนต่อที่นี่
เธอเป็นนักเรียนปีสองที่เพิ่งย้ายเข้ามาเรียนต่อที่โรงเรียนเอกชนเฮียคคะโอ  ห้องฮานากุมิ  เธอเป็นคนสวย
นิสัยสุภาพเรียบร้อยและเป็นกันเอง  มีไหวพริบในการเล่นการพนัน
แต่ก็มีนิสัยแอบจิตตรงที่เธอเสพติดการพนันอย่างเต็มขั้นและกล้าเสี่ยงกับเงื่อนไขการเดิมพันอันตรายอยู่เสมอ
2.คนพลังจิต
เป็นผลงานต้นฉบับมังงะชื่อดังที่แต่งโดยอ. One แล้วยังเป็นผู้เขียนผลงานมังงะชื่อดังอีกหนึ่งเรื่องอย่าง One Pu
nch Man อีกด้วย โดยปัจจุบันผลงานเรื่อง Mob Psycho 100 เขียนอยู่ในเว็บไซต์ออนไลน์
แล้วได้ตีพิมพ์เป็นฉบับรวมเล่มในเครือของสำนักพิมพ์ Shogakukan ออกมาแล้วถึง 14 เล่มด้วยกัน
เป็นเรื่องราวของ “คาเงยาม่า ชิเงโอะ” เด็กหนุ่มมัธยมปีสอง  หรือ ม็อบ ผู้ มีพลังจิตที่มหาศาลถึงระดับ 100
นั่นจึงทำให้เขาได้กลายเป็นผู้ผดุงความถูกต้อง  ที่ต้องคอยปราบเหล่าผู้มีพลังจิตในทางที่ผิด
แม้ว่าเขาจะมีพลังพิเศษที่ดีกว่าคนอื่นแค่ไหน… แต่เขากลับเลือกอยากที่จะเป็นคนธรรมดาๆ เสียมากกว่า
3.Dark
Dark เป็นภาพยนตร์ซีรีส์แนวสยองขวัญลึกลับ จากฝีมือการกำกับของ Baran bo Odar
ซึ่งเรื่องนี้มีกลิ่นอายของภาพยนตร์สยองขวัญ เรื่องราวกล่าวถึงคดีการหายตัวไปของเด็ก
สองคนในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง  ที่ตั้งอยู่ในประเทศเยอรมัน  โดยมีการทดลองบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้นที่นี้
โดยเนื้อเรื่องจะเป็นการตัดสลับไปมาระหว่างปี 1986 กับปีปัจจุบัน เกิดอะไรขึ้นในหมู่บ้านแห่งนี้กันแน่?
แล้วมีอะไรอยู่ในความจริงนี้
4.Godzilla Monster Planet
เรื่องราวกล่าวถึงการสิ้นสุดของความ รุ่งโรจน์ของเหล่ามวลมนุษยชาติในช่วงฤดูร้อนครั้งสุดท้ายของศตวรรษที่ 20
มนุษย์ได้ละทิ้งโลกหลังจากที่เหล่าสัตว์ประหลาดได้ต่อสู้กันเพื่อแย่งชิง ความเป็นใหญ่
ซึ่งนั่นทำให้เหล่ามนุษย์ต้องสูญเสียความเป็น ผู้อยู่บนจุดสูงสุดของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง ซึ่งราชาที่แท้จริงของโลกนั้นคือ
“ก็อตซิลล่า” อสูรกายขนาดใหญ่ที่ได้สมยานามว่าเป็น “ราชาแห่งเหล่าสัตว์ประหลาดทั้งปวง” (The King of
Monster) และในปี 2048 เป็นเวลาถึง 20 ปีที่มนุษย์ได้พยายามเดินทางไปหาดินแดนแห่งใหม่เพื่อตั้งรกราก
ทว่า “Tau Cetie” ดวงดาว ที่ไปยืนนั้นมีความแตกต่างทางระบบนิเวศจนไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้
ประกอบกับบนยานสำรวจที่พวกเขาได้ใช้ชีวิตอยู่ก็มีสภาพที่เสื่อมโทรมทางด้าน ระบบยังชีพอย่างมาก
ทำให้มนุษย์ตัดสินใจเดินทางกลับไปยังดวงดาวบ้านเกิดของตัวเอง
5.ทะลุโลกหลุดจักรวาล
อีกหนึ่งซีรี่ส์ไซไฟที่น่าสนใจจากทาง ที่เล่าเรื่องราวการผจญภัยในอวกาศของครอบครัวโรบินสัน
ที่ต้องร่วมมือกันเพื่อความอยู่รอด ระหว่างเดินทางไปจักรวาลอาณานิคม
เหตุฉุกเฉินทำให้ยานของครอบครัวตกลงที่ดาวดวงหนึ่งที่ไม่รู้จัก และการผจญภัยก็ได้เริ่มขึ้น ณ จุดนั้น…

ก.ย. 28 2018

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1975 : Jaws

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1975เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น Jaws
สุดยอดภาพยนตร์ทริลเลอร์-สยองขวัญ ของพ่อมดฮอลลีวู้ด สตีเว่นสปีลเบิร์ก ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายของ ปีเตอร์ เบนซ์ลี่ย์
ก่อนสร้างรายได้ถล่มทลายภาพยนตร์เรื่อง Jaws กล่าวถึงเรื่องราวของฉลามกินคนที่มาโผล่แถบหาดอมิตี้
ในช่วงที่กำลังจะจัดงานประจำปี ทำให้ มาร์ติน โบรดี้ (รอย ไชเดอร์) หัวหน้าตำรวจอมิตี้, แซม ควินท์ (โรเบิร์ต ชอว์)
นักล่าฉลามมือฉมัง และ แม็ตต์ ฮูเปอร์ (ริชาร์ด เดรย์ฟัสส์)นักวิทยาศาสตร์ผู้มีความรู้เรื่องธรรมชาติของฉลาม
ต้องร่วมมือกันหยุดเหตุการณ์นี้ ตลอด 124 นาที ในภาพยนตร์เรื่อง Jaws
เต็มไปด้วยความสนุกตื่นเต้น แม้ช่วงแรกจะปูพื้นนานไปหน่อย แต่นั่นก็เพื่อให้ผู้ชมเข้าถึงสิ่งที่หนังกำลังจะถ่ายทอด
ก่อนจะบีบเค้นอารมณ์ถึงขีดสุดในช่วงครึ่งหลังของหนังที่เข้าสู่บท แอ๊คชั่น-ผจญภัย เต็มรูปแบบ
โดยเฉพาะดารานำชายทั้ง 3 คน ที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม
แต่คนที่โดดเด่นที่สุดต้องยกให้ โรเบิร์ต ชอว์ ในบท แซม ควินท์ นักล่าปลาฉลามผู้มีคาแรคเตอร์เหมือนกับ กัปตัน Ahab
จากวรรณกรรมคลาสสิกเรื่อง Moby Dick ฉากเด็ดคือตอนที่ แซม ควินท์
เล่าถึงเหตุการณ์ที่ได้พบเจอกับฝูงฉลามขาวเป็นครั้งแรกหลังเกิดอุบัติเหตุบนเรือ USS Indianapolis ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
ที่ผสานการโชว์รอยสัก,เรื่องเล่าลุ้นระทึก,การร้องเพลงป่อนคลายอารมณ์ และ ฉลามบุกเอาไว้ในฉากเดียวกัน
นอกจากนี้ ความชาลฉลาดของ สตีเว่น สปีลเบิร์ก ที่ช่วยให้ Jaws กลายเป็นภาพยนตร์ที่กวาดรายได้ไปเกือบ 500
ล้านดอลลาร์ จากการเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาทั้งที่มีทุนสร้างแค่ 9 ล้านดอลลาร์ คือตัวฉลามวายร้ายของเรื่อง ซึ่ง สตีเว่น สปีลเบิร์ก
แทบไม่ให้ผู้ชมได้เห็นภาพของเจ้าฉลามยักษ์จนกระทั่งฉากไคลแม็กซ์สุดท้ายของเรื่อง แต่ใช้ฉาก Long take
ใต้น้ำผสานเข้ากับเพลงประกอบระดับตำนานของ จอห์นวิลเลียมส์ ที่สามารถเรียกอารมณ์ลุ้นระทึกได้อย่างน่าทึ่ง
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใจที่ Jawsจะมีชื่อเข้าชิงรางวัลมากมาย ก่อนจะคว้าออสการ์
สาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยม, สาขาลำดับภาพยอดเยี่ยม และสาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม น่าเสียดายที่พลาด
สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เช่นเดียวกับรางวัลลูกโลกทองคำ
อย่างไรก็ตาม การประสบความสำเร็จของ Jaws ก็ดีพอให้ สตีเว่น สปีลเบิร์ก แจ้งเกิดเต็มตัวในฐานะผู้กำกับ
ก่อนจะฝากผลงานดีๆ เอาไว้มากมายบนแผ่นฟิล์มจนได้รับการขนานนามให้เป็นพ่อมดแห่งฮอลลีวู้ด
เหมือนที่ โรเจอร์ อีเบิร์ต นักวิจารณ์ผู้ล่วงลับ ก้มหัวซูฮกว่า สตีเว่น สปิลเบิร์ก
เลือกวิธีทำให้คนดูกลัวด้วยการสร้างความสงสัยจนเกิดความกลัวแทนที่จะจู่โจมคนดูด้วยฉากระทึกจนทำให้ตกใจกลัว
ซึ่งนับว่าเป็นการเล่าเรื่องที่ฉลาดและทำให้หนังมีคุณค่าในตัวของมันเอง…

ก.ย. 25 2018

วิเคราะห์ความต่าง: หนัง vs คอมมิค เวน่อม ยอดวายร้ายของไอ้แมงมุม

จากตัวอย่างล่าสุดเวน่อม เราได้เห็นวายร้ายตัวฉกาจ
ได้กระจายแทรกซึมเข้าไปในร่างสิ่งมีชีวิตและกลายเป็นร่างสุดสยอง
ซึ่งฉากนี้ทำให้สาวกหลายๆ คนแทบคลั่ง
บวกกับฉากต่อสู้และความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกของเรา เอ็ดดี้ บร็อค ที่รับบทโดย ทอม
ฮาร์ดี้ และเพื่อนใหม่ ซิมไบโอต
ที่จะพาคุณไปเจอกับหนังแอนตี้ฮีโร่รูปแบบใหม่ที่คุณจะไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน
เราลองมาดูกันว่า จากตัวอย่างที่ปล่อยออกมาเวน่อม ในฉบับหนังจะเหมือนหรือต่างจาก Comics ขนาดไหน
1. เอ็ดดี้ บร็อค ติดเชื้อจาก ซิมไบโอต
ในหนังสือการ์ตูน เอ็ดดี้ บร็อค ถือเป็นคนแรกที่ได้ผูกมัดกับ ซิมไบโอต
เพราะเขามีเป้าหมายเดียวกัน คือความเกลียดต่อสไปเดอร์แมน
ดังนั้นการรวมร่างจึงเป็นเรื่องง่าย และ เอ็ดดี้ ก็ยินดีที่มี ซิมไบโอต อยู่ในร่างด้วย
แต่สำหรับฉบับหนัง เรายังไม่ทราบเรื่องตอนแรก แต่เราจะมารู้ตอนที่เขาเริ่มได้ยินเสียง
และเริ่มไม่เป็นตัวของตัวเอง การเดินทางของเขาจึงค่อยๆ
เริ่มขึ้นในภาพของการเป็นเวน่อม จากการติดเชื้อ ที่คล้ายกับการโดนครอบงำโดยปีศาจ
2. การเปลี่ยนร่างของ เวน่อม และความสามารถในการควบคุม
ในหนังสือการ์ตูน การปรากฏตัวออกมาของเวน่อม
ขึ้นอยู่กับอารมณ์ความแปรปรวนของเจ้าของร่าง
และส่งผลต่อความสมดุลในการควบคุมระหว่าง ซิมไบโอต และ เจ้าของร่าง
แต่จากตัวอย่างหนัง มีความเป็นไปได้ว่า เอ็ดดี้ บร็อค จะไม่สามารถควบคุม ซิมไบโอต
ได้เลย ซึ่งพอเป็นเหตุผลได้ว่าเหตุใด การเปลี่ยนร่างของเขาถึงดูอลังการขึ้น
ความสูงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเป็นปีศาจที่มีฟันแหลมคม ลิ้นยาวและพร้อมที่จะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ
3. นิสัยของ เอ็ดดี้ บร็อค
เอ็ดดี้ บร็อค
ในเวอร์ชั่นหนังดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนดีพอที่จะไม่ถูกกลืนกินด้วยความโกรธหรือความเกลียดชัง
และพอจะอธิบายความเป็นเหตุเป็นผลได้ เพราะเขาถูก ซิมไบโอต ยึดร่าง
เขาได้ขอ ซิมไบโอต อย่าทำร้ายผู้คน เตือนผู้คนรอบข้างให้ระวังตัวเขาอยู่เสมอ
รวมไปถึงการขอโทษเมื่อตัวเขาเองต้องจู่โจมคนอื่น
4. พลังของเวน่อม
ในฉบับการ์ตูน ซิมไบโอต สามารถเปลี่ยนสีเพื่อสร้างความเหมือน
ความกลมกลืนยิ่งกว่าเดิมเหมือนกิ้งก่าได้อีกด้วย
ส่วนในฉบับหนัง ร่างเวน่อม ไม่เพียงแค่จะทำให้ร่างหลักสูงขึ้น ใหญ่ขึ้น และน่ากลัวขึ้น
แต่ยังสามารถเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้อีกมากมาย จากในตัวอย่างล่าสุด ซิมไบโอต
สามารถเปลี่ยนร่างเป็นโล่ให้ เอ็ดดี้ ได้ และเรายังเห็นฉากของ Riot
วายร้ายหลักเปลี่ยนแขนทั้งสองข้างเป็นดาบขนาดยักษ์และฟาดฟันคนได้อีกด้วย
เตรียมตัวหาคำตอบว่า เวน่อม ในเวอร์ชั่นหนัง
จะแตกต่างหรือเหมือนจากเวอร์ชั่นการ์ตูนได้ขนาดไหนได้ในโรงภาพยนตร์โดยหนังจะเข้าฉาย 11 ตุลาคมนี้…