หมวดหมู่: รีวิวหนัง

พ.ย. 16 2018

รีวิวหนัง Slumber

หนังอาจจะไม่ได้ใหม่ทั้งเรื่อง
แต่คือเรื่องของครอบครัวธรรมดาที่ถูกผีอำกับอดีตหมอที่เคยเจอเรื่องราวอย่างงี้มาก่อน และก็เมื่อโตมา
หมอคนนี้ก็ยึดถือกระบวนด้านวิทยาศาสตร์แทนที่จะเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้น
แต่ก็ยังมีความขัดแย้งระหว่างจิตใจตัวเองและก็โลกความเป็นจริง
แต่สุดท้ายแล้วเรื่องก็ฝืนความจริงไปเล็กน้อยในจุดนั้นจุดนี้ของเรื่อง
จนสุดท้ายหนังเรื่องนี้เลยดูไม่น่าเชื่อถือ
ช่วงแรกของหนังก็น่าเบื่อมาก คือ เล่าเรื่องที่ผู้ชมคงจะเดาได้อยู่แล้ว
แต่สถานการณ์ในหนังดูรวมๆแล้วก็สร้างความสนุกสนานอยู่ โดยยิ่งไปกว่านั้นเรื่องของครอบครัวที่โดนผีอำทุกคน
มันก็น่าสงสารและน่าเห็นใจ ในหนังทีความกระอักกระอ่วน ซึ่งเป็นชนวนที่จะทำให้หนังประเด็นนี้เข้มข้นขึ้น
กลับไม่ได้เน้นย้ำหรือทำให้สำคัญขึ้นมา ความเป็นจริงแล้วถูกใจจุดจบของทุกตัวละคร
แต่ไม่ชอบความชัดเจนของหนัง เพราะทำให้ไม่เชื่อและไม่อินตามหนัง
แต่สำหรับมุมที่ชอบก็มีเหมือนกัน เช่น
ภาพการละเมอของคนภายในครอบครัวมันสร้างภาพสะท้อนความรุนแรงในครอบครัวขึ้นมาได้
ถือว่าเป็นการสะท้อนอะไรบางอย่างในครอบครัวออกมา เช่น หมอได้มองเห็น
ความรุนแรงของพ่อติดเหล้าที่รังควานลูกและก็คนภายในครอบครัว ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่ปรากฎการณ์ธรรมชาติอะไรเลย
แต่ว่ามันเป็นภาพในความจำที่เกิดขึ้นจริงในครอบครัวนี่แหละ
ประเด็นนี้ก็มีอะไรให้ขบคิดอยู่บ้าง เพียงแต่ว่าไม่ได้เน้นสิ่งที่ควรจะเน้นย้ำในหนังมากัก ทำให้หนังดูกร่อยไปหน่อย
ถ้าเกิดตีให้แตกนะ รับรองว่าหนังเรื่องนี้จะน่าสนใจมากกว่านี้อีก แต่ว่าอย่างไรก็ตาม
ถ้าหากชอบหนังผีที่มองไม่เห็นผีแบบนี้ แต่มีการสะดุ้งตกใจบางส่วนล่ะก็ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าดูเรื่องหนึ่ง
ใครชื่นชอบก็ไปดูกันได้ ดูแล้วเป็นอย่างไร อย่าลืมมาเล่าให้ฟังนะ…

พ.ย. 11 2018

Rolling to You – หมุนเธอมาเจอรัก

หนังพูดเรื่องชายสูงวัยที่มีพร้อมทุกอย่าง ทั้งบ้าน รถยนต์ หน้าที่การงาน ทรัพย์สิน
แต่ว่าต้องอยู่กับการโกหกและก็เป็นคนเจ้าชู้ กระทั่งวันหนึ่งเขาพบกับผู้หญิงที่เขาถูกใจ
แต่ว่าเขาต้องแกล้งนั่งรถเข็นเป็นคนพิการเพื่อจะได้อยู่ใกล้เธอ
แต่ในที่สุดเธอได้พาเขามาหาพี่สาวของเธอที่พิการจริงๆและความรู้สึกที่ยากจะอธิบายในใจเขาก็เกิดขึ้น
ตอนแรกที่อ่านพล็อตคิดว่าเรื่องนี้จะมีแต่ดราม่าซะแล้ว
แต่ว่าไม่ใช่เลย หนังน่ารักมาก แถมมุกฮาตรีม
เราก็ต้องชื่นชอบไปถึงนักแสดงอย่าง Franck Dubosc ที่เป็นทั้งดาราหนัง เขียนบทและก็ควบคุมด้วย
ความเป็นจริงแล้วบทหนังก็ไม่ซับซ้อนอะไร เดินเรื่องไปปกติ แต่ว่าจะต้องบอกเลยว่าดูแล้วไม่มีเบื่อ
มีมุกตลอด เพลงประกอบก็ดีแล้วมาก พูดได้ว่ามองเพลิน แล้วก็ไม่น่าเบื่อด้วย
นักแสดง แสดงได้ดีทุกฉากทุกซีนดูแล้วละมุนมาก
ฉากต่างๆถ่ายทำได้สวย ฉากรักโรแมนติกทำได้ดีเยี่ยม
ไม่ต้องมีบทพูดชวนเลี่ยนอะไร ก็ทำให้เราซึ้งได้
ส่วนความรักกับคนพิการก็ทำเอาน้ำตาซึม ฉากจบก็น่ารักมาก
แต่จุดไคลแม็กซ์ของเรื่องยังไม่สุดนะ เหมือนทำให้เรารู้สึกได้ไม่มากพอ
และก็การแก้ปัญหาก็คลี่คลายง่ายเกินไปหน่อย
เลยไม่ค่อยลุ้นเลยล่ะ แต่โดยรวมก็สนุกใช้ได้นะ มองเพลินๆไม่เครียดมาก
ใครต้องการดูหนังรัก เบาสมองไม่ต้องคิดเยอะก็อยากให้มาดูเรื่องนี้กันรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน
จะพาแฟนไปดู เพื่อนหรือว่าครอบครัวก็ดูได้ทั้งนั้น เนื่องจากไม่มีฉากฆ่ากันตายหรือร้ายแรงอะไรเลย
ออกมาจากโรงมีแต่รอยยิ้มแล้วก็ความรู้สึกอิ่มเอมในใจแน่ๆไม่เชื่อลองตีตั๋วไปดูกัน…

พ.ย. 08 2018

Jamie Lee Curtis จะกลับมาเล่นภาคต่อ Halloween

Jamie Lee Curtis ดาราหญิงรุ่นใหญ่ที่กำลังจะมีผลงานเรื่อง Halloween เข้าฉายในโรงหนังอยู่ในตอนนี้
การันตีว่าคุณจะกลับมาเล่นบท Laurie Strode ในภาคต่อ หากผู้กำกับยังคงเป็น David Gordon Green
หลังจากหนัง Halloween ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์จนทำให้ทำรายได้เปิดตัวอย่างมหาศาล
แล้วก็ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในหนังที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลในเดือน ตุลาคม
ทั้งนี้ Halloween เวอร์ชั่นที่ Green กำกับ จัดว่าได้ประโยชน์ไปเต็มๆ
จากการสร้างสรรค์ผลงานโดยอิงจากต้นฉบับสุดคลาสสิกที่ John Carpenter เคยทำไว้เมื่อ 40 ปีก่อน
ซึ่งผู้แสดง Michael Myers ทำให้คนดูตกใจกลัวได้ตั้งแต่เริ่มเรื่อง โดย Lee Curtis
ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นนี้ผ่านนิตยสาร Empire Magazine Australia
หลังมีข่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่บริษัทโปรดักชั่น Blumhouse มีแผนจะทำภาคต่อตามออกมา อย่างไรก็ตาม
รายงานข่าวล่าสุดกล่าวว่า Green รวมทั้ง Danny McBride ที่ร่วมเขียนบท Halloween กับเขา
ต่างก็จะไม่ได้กลับมาทำภาคต่อร่วมกันทั้งสอง แม้กระนั้นอย่างไรก็ตามก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นได้ ถ้าหากโปรดิวเซอร์อย่าง Jason Blum
คิดจะทำหนังภาคต่อออกมาให้ทันฉายในช่วงฮัลโลวีน (ปลายเดือน ต.ค.) ปี 2019
ซึ่งเขาก็จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจเรื่องนี้จากผู้กำกับโดยเร็วเหมือนกัน
นอกนั้น ก็มีความน่าจะเป็นไปได้ว่าจะมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะ Halloween
เปลี่ยนเป็นหนังที่ทำรายได้สูงสุดของ Blumhouse ไปอีกเรื่องแล้ว หลังเข้าฉายได้แค่เพียงสุดสัปดาห์เดียว
ทั้งๆที่เป็นหนังที่ถูกจำกัดงบประมาณอย่างยิ่ง ในขณะที่ Green ซึ่งสร้างชื่อในฐานะผู้กำกับจากหนังดราม่าเรื่อง Stronger
แม้เรื่องเงินอาจไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับเขา แต่ก็อาจเกิดเรื่องยากที่จะเมินหนังที่ประสบความสำเร็จเรื่องรายได้แบบนี้เช่นเดียวกัน
โดยเฉพาะเมื่อเขาวางแผนไว้อยู่แล้วว่าจะทำหนังอย่างน้อย 2 ภาค…

พ.ย. 03 2018

Shadow – จอมกระบี่ไร้ตัวตน

Shadow – จอมกระบี่ไร้ตัวตน
ประเภท : Drama,หนังแอคชั่น
ผู้กำกับ : จาง อี้โหม
ผู้แสดง : ซุนลี่, อู๋จุน, เติ้งเชา
วันที่ฉาย : 8 พฤศจิกายน 2561
ภาพยนตร์เรื่องใหม่ปัจจุบันของยอดผู้กำกับมือทองคำ “จาง อี้โหมว ” Shadow – จอมกระบี่ไร้ตัวตน
ภาพยนตร์ที่เตรียมฉายสู่สายตาคนทั้งโลกใน 8 เดือนพฤศจิกายน 2561 หลายๆ
คนคงจะรู้จักผู้กำกับคนนี้ดีโดยเขาได้ฝากผลงานระดับมาสเตอร์พีชอย่าง
Hero (2002), House of Flying Daggers (2004),
Curse of the Golden Flower (2006) และอีกมากมาย
สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Shadow – จอมกระบี่ไร้ตัวตน
เชื่อหรือไม่ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ ผู้กำกับจาง อี้โหมว
ใช้เวลาเขียนบทนานถึง 3 ปี ถ่ายทำอีก 2 ปี นับราวๆการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ปาเข้าไป 5 ปีเต็ม บอกได้เลยว่างานละเอียดถี่ยิบแน่ๆ
เรื่องย่อ เรื่องราวของ ชาโด้ ผู้มีฉายาว่า “จอมกระบี่ไร้ตัวตน”
เกิดขึ้นในสมัยสามก๊ก ตอนที่สับสนวุ่นวายที่สุดช่วงหนึ่งในแผ่นดินจีน
เขาถูกกักขังเลี้ยงดูอยู่ในคุกใต้ดินตั้งแต่อายุ 8 ขวบ
เพื่อเหตุผลคือให้เขาเป็นตัวตายตัวแทนของขุนพลใหญ่แต่ว่าโชคชะตากลับพลิกผัน ชาโด้
ตัดสินใจครั้งใหญ่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อหวังทวงคืนสู่อิสระภาพ เขาจะไม่ยอมจมอยู่กับความมืดอีกต่อไป
มาร่วมทวงคืนอิสระภาพกับ”จอมกระบี่ไร้ตัวตน” ใน 8 พ.ย. 2561 ทั่วราชอาณาจักร
สำหรับด้านนักแสดงของภาพยนตร์มีดังนี้ เฉิงไค (The Great Wall) , หูจุน (Red Cliff) ,
เติ้งเชา (The Mermaid) , อู๋เหล่ย (Asura) , หวังเชี่ยวหยวน (Saving Mr.Wu) ,
ซุนลี่ (The Lost Bladesman) , กวนเสี่ยงถง (The Founding of a Army)
หลายๆคนอาจยังไม่รู้จักอะไร Shadow – จอมกระบี่ไร้ตัวตน มีถ่ายทำด้วยเทคนิคพิเศษคือ
การวาดภาพด้วยหมึกจีนวิธีการเล่าเรื่องที่มีพื้นฐานมาจากประวัติศาสตร์จีน แม้วิธีจะดูเก่าๆแต่ผลงานที่ออกมาสากลและทันสมัยสุดๆ…

ต.ค. 30 2018

แนะนำ 5 ซีรีย์เกาหลี ที่ต้องดูช่วงวันหยุด

1.Weightlifting Fairy Kim Bok Joo
Weightlifting Fairy Kim Bok Joo เป็นอีกหนึ่งซีรีย์เกาหลีน่าดู
เป็นซีรีย์ที่ไม่เก่าเกินไป เนื้อหาของเรื่องมีความน่าสนใจ พร้อมแฝงความคอมเมดี้
และความรู้ไปพร้อมๆกัน เรียกได้ว่านอกจากความสนุก กุ๊กกิ๊ก น่ารัก
ของแต่ละตัวละครแล้ว ยังแฝงประโยชน์ความรู้ในเรื่องของกีฬาทีมชาติไว้ด้วย
ซีรีส์เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแชมป์ยกน้ำหนักหญิงชาวเกาหลีที่ได้รับเหรียญทองโอลิมปิคในปี 2008 Jang Mi Ran
ซึ่งตอนนั้นเองนอกจากเธอจะมุ่งมั่นในการคว้าแชมป์เหรียญทองกีฬาโอลิมปิคแล้ว
เธอยังไขว่คว้าตามหารักแพ้ของเธอไปพร้อมๆ กันด้วย ซึ่งในเรื่อง Weightlifting
Fairy Kim Bok Joo ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประเด็นนี้และนำมาปรับเพื่อเพิ่มความสนุก
2.While You Were Sleeping
เกี่ยวกับเรื่องราวของหญิงสาวที่เป็นนักข่าว Nam Hong Joo รับบทโดย
Bae Suzy ที่สามารถล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า
หรือเห็นอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นในอนาคตผ่านความฝันของเธอ กับพนักงานอัยการ
Jung Jae Chan รับบทโดย Lee Jong Suk
ที่พยายามจะยับยั้งความฝันไม่ให้กลายเป็นจริง
ชีวิตของเขาต้องวุ่นวายและยุ่งเหยิงหลังจากที่เขาย้ายที่อยู่ใหม่เพื่อไปทำงาน
และได้พบกับหญิงสาวผู้โชคร้ายนี้
เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เขาและเธอได้พบเจอกัน
พวกเขาจะสามารถต่อต้านอำนาจที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้หรือไม่
3.the package
เรื่องราวของ Yoon So-So รับบทโดย Lee Yeon Hee
ไกด์นำเที่ยวในประเทศฝรั่งเศส แสดงประกบคู่กับ San Ma Roo รับบทโดย Jung
Yonghwa จากวง CNBlue ซึ่งทัวร์นี้เป็นทัวร์กลุ่มขนาดเล็ก มีเพียงลูกทัวร์ 3 คู่
และอีก 1 คน และครั้งนี้เธอก็ได้เป็นหัวหน้าไกด์นำเที่ยวด้วยตัวเอง
ความน่าสนใจคือผู้ร่วมทริปแต่ละคนนั้นก็ต่างมีเรื่องที่ทำให้ต้องมาร่วมทัวร์
การเป็นหัวหน้าทัวร์ของเธอจะสนุกและวุ่นวายแค่ไหน
แถมยังมีชายลึกลับที่เดินทางมาไกลจากเกาหลีเพื่อมาตามหาเธอด้วย
ซึ่งทั้งความใกล้ชิด ความแตกต่าง ประสบการณ์ใหม่ๆ ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้และเติบโตขึ้นได้อย่างไร
4.A Korean Odyssey 2018
นับว่าเป็นซีรีย์เรื่องแรกของ อีซึงกิ ตั้งแต่ออกจากกรมทหาร
และถือเป็นผลงานชิ้นที่สองที่แสดงร่วมกับ ชาซึงวอน
หลังจากที่ทั้งสองเคยเล่นซีรีย์ร่วมกันมาแล้ว
รับประกันภายใต้ฝีมือการเขียนบทของพี่น้องตระกูลฮง
ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้ก็เป็นแนวคอมเมดี้ แฟนตาซี สนุกสุดฮาให้ทุกคนได้ติดตามอย่างเคย
5.Tomorrow, With You
เรื่องราวของนักเดินทางที่ได้ข้ามเวลาไปยังโลกอนาคตในอีก 3 ปีข้างหน้า
นักแสดงนำโดย ยู โซจุน รับบทโดย ลี แจฮุน วัย 30 ปี
ซึ่งเป็นซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ My REITs (REIT หรือ
Real Estate Investment Trust คือ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์)
พร้อมกับอดีตดาราเด็กผู้โด่งดังแต่ได้กลายเป็นช่างภาพโนเนมในวัย 31 ปี
เธอได้ออกจากวงการบันเทิงเนื่องจากไม่มีพรสวรรค์ด้านการแสดงพอที่จะสามารถ
เป็นที่จดจำของผู้ชมได้ การเดินทางไปยังอนาคตใน 3
ปีข้างหน้าของเขาทำให้รู้ถึงว่าเขาและเธอจะตายพร้อมกันในเหตุการณ์อุบัติเหตุ
ทำให้เขาตามหาเธอและแต่งงานกัน แต่ด้วยความลับที่เขาต้องปิดบังนี้
ทำให้เธอเคลือบแคลงใจและอยากรู้ความจริง
เขาต้องแบกรับความรับผิดชอบเรื่องการตายไว้เพียงคนเดียว
และด้วยความรักที่มีต่อเธอนั้นเพิ่มมาขึ้นเรื่อยๆ
ทำให้เขาต้องพยายามคิดหาทางออก และคอยปกป้องเธอให้ได้…

ต.ค. 28 2018

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1988 : Rain Man

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1988 เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น Rain Man หรือ
ชายชื่อเรนแมน ภาพยนตร์ดราม่าคอมเมดี้ ที่ได้ แบร์รี่ มอร์โรว์ รับหน้าที่เขียนบท ภายใต้ฝีมือผู้กำกับ แบร์รี่ เลวินสัน
ภาพยนตร์เรื่อง Rain Man หรือ ชายชื่อเรนแมน กล่าวถึงเรื่องราวของ ชาร์ลี แบบบิท (ทอม ครู๊ซ)
ผู้ซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มนำเข้ารถยนต์ ผู้ใช้ชีวิตด้วยตัวเองมานาน เพราะเขาหนีออกจากบ้านมาตั้งแต่วัยรุ่น เนื่องจากรู้สึกว่าพ่อไม่รัก
และไม่ยอมรับในตัวเขา ต่อมา ชาร์ลี ได้รับแจ้งข่าวการเสียชีวิตของพ่อและต้องไปพบกับผู้จัดการมรดก
ก่อนจะทราบว่าได้รับเพียงรถเปิดประทุนรุ่นเก่าคร่ำครึที่เขาเคยอยากได้ตั้งแต่สมัยวัยรุ่นให้คันเดียว
โดยทรัพย์สินมากมายอีกหลายล้านดอลลาร์ยกให้กับคนอื่น เรื่องดังกล่าวทำให้ ชาร์ลี
พยายามสืบหาว่าพ่อยกทรัพสินย์ที่เหลือให้ใคร กระทั่งทราบว่า พ่อเขายกให้นายแพทย์คนหนึ่งเป็นผู้จัดการทรัพย์สินที่เหลือทั้งหมด
ทำให้เขาไปหาแพทย์ผู้นั้นถึงสถานบำบัด ก่อนจะได้เจอ เรย์มอนด์ แบบบิท พี่ชายที่ป่วยเป็นออทิสติก
นั่นเป็นครั้งแรกที่ ชาร์ลี รับรู้ว่าเขาไม่ใช่ลูกคนเดียวและรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมที่เขาได้เพียงรถเก่าๆ
แต่พี่ชายที่ไม่รู้จักค่าของเงินด้วยซ้ำกลับได้ทุกอย่างไป เขาจึงลักพาตัว เรย์มอนด์ ออกไปจากสถานบำบัด
เพื่อต่อรองกับแพทย์ผู้เป็นคนจัดการทรัพย์สินให้แบ่งเงินมาให้เขาครึ่งหนึ่ง ตอนแรก ชาร์ลี พยายามพาพี่ชายกลับบ้านด้วยการนั่งเครื่องบิน
แต่พี่ชายเขากลับกลัว ไม่ยอมนั่งเครื่องบิน แถมยังท่องได้หมดอีกว่าสายการบินอะไรเคยตกบ้าง
และจะไม่ยอมนั่งสายการบินนั้น ทำให้สุดท้าย ชาร์ลี ต้องพาเขากลับไปด้วยการขับรถและนั่นคือการเดินทางสู่มิตรภาพแสนยิ่งใหญ่
เส้นทางยาวไกลที่พัฒนาความสัมพันธืของทั้งคู่ไปด้วยกัน แค่พล็อตเรื่องที่เกริ่นมาก็น่าสนใจแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ Rain Man หรือ
ชายชื่อเรนแมน ครองใจผู้ชมคือความรู้สึกอิ่มเอมใจ รู้สึกถึงการมีพี่น้องเป็นสิ่งที่วิเศษ
และนั่นทำให้หนังเรื่องนี้กวาดรายได้ทั่วโลกกว่า 354 ล้านดอลลาร์ โดยตลอดเวลา 133 นาที ในภาพยนตร์ Rain Man หรือชายชื่อเรนแมน
ผู้ชมจะได้รู้จักกับผู้ที่มีความบกพร่องทางสมองหรือโรคออทิสติกหรือเด็กพิเศษ เพราะหนังเก็บรายละเอียดของคนที่เป็นออทิสติกได้อย่างยอดเยี่ยม
และใส่รายละเอียดต่างๆ ลงไปให้เราเห็นถึงการใช้ชีวิต และการรับมืออยู่ร่วมกับคนที่เป็นออทิสติกซึ่งแน่นอนคำว่าเด็กพิเศษมันต้องมีอะไรพิเศษ
อย่างตัวละครของ เรย์มอนด์ เป็นออทิสติกที่มีความจำและความถนัดทางด้านสถิติตัวเลขเป็นเลิศซึ่งมีเด็กพิเศษทีมีความถนัดแบบนี้อยู่จริง
และการแสดงอันยอดเยี่ยมของ ดัสติน ฮอฟแมน ก็สามารถถ่ายทอดบุคลิกภาพของออทิสติกเหล่านี้ได้อย่างหมดจด
แนบเนียน ทำให้สร้างความน่าติดตามได้อย่างยอดเยี่ยม ขณะเดียวกัน ทอม ครู๊ซ ที่มารับบทเป็นน้องชายผู้เห็นแก่ตัว ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน
ทำให้หนังที่ส่วนใหญ่เวลาเกือบค่อนเรื่องอาศัยเพียงสองนักแสดง สามารถดึงคนดูไว้ได้ ไม่น่าเบื่อ
และควรแค่แก่การหามาชมสักครั้งในชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัยเลย…

ต.ค. 24 2018

รีวิวหนัง Three Billboards Outside Ebbing, Missouri

Three Billboards เป็นหนังเกี่ยวกับการท้าทายอำนาจของรัฐ ในรูปแบบของการเอาคืนจากมิลเดร็ด แม่ผู้สูญเสียลูกสาวไปกับการข่มขืนแล้วฆ่า
ตำรวจก็สืบหาผู้ต้องสงสัยไม่ได้ มิลเดร็ดไม่อาจทนกับความยุติธรรมในครั้งนี้ได้ เธอโทษว่าเป็นความผิดของตำรวจ เธอจึงท้าทายตำรวจด้วยการตั้งป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ 3
ป้ายบนถนนชนบทที่แทบไม่มีใครขับผ่าน กลายเป็นข่าว แพร่ออกไปทั่วรัฐจนตำรวจท้องถิ่นไม่อาจนิ่งเฉยได้
และทำให้คนที่นับถือนายอำเภอ เริ่มไม่พอใจ แล้วเรื่องราวการเอาคืนไปก็เริ่มต้นขึ้น แม้เนื้อเรื่องจะหนักหน่วงแต่การเล่าแบบมุกตลกนิดๆ ก็ทำให้เนื้อเรื่องเบาลง
เราจะได้เห็นความแค้นและการเอาคืนของแต่ละฝ่าย ทั้งฝ่ายของมิลเดร็ดและตำรวจ และมีระดับที่รุนแรงขึ้นตามองค์ประกอบของหนัง เริ่มตั้งแต่การใช้อำนาจโดยมิชอบจนถึงโยนคนลงจากตึก
มันทำให้เราเห็นตัวละครที่ผ่านความเจ็บปวด ถูกดูหมิ่นทำร้ายกัน และมีแก้แค้นเอาคืนกันแบบสะใจเราจะได้เห็นครอบครัวของแต่ล่ะตัวละครที่อยู่ในวาระการเอาคืนในแต่ละรูปแบบ
ไม่ว่าจะฟากมิลเดร็ด สภาพของผู้คนที่ต้องรับมือกับการจากไปอย่างกะทันหันจากการฆาตกรรม ฝั่งของนายอำเภอแสนอบอุ่นที่ใครๆ ก็รัก และอยู่ในรัฐที่การเหยียดผิวเป็นเรื่องปกติ
ที่ต้องเผชิญหน้ากับเพื่อนที่ไว้ใจไม่ค่อยได้ หรือกับคดีที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถไขออกอย่างคดีของ เราจะได้เห็นการเดินเรื่องแบบนี้ในทุกตัวละคร โดยเฉพาะฉากท้ายๆ ที่ตัวละครสำคัญๆ เริ่มต้นที่จะเห็น “อีกด้าน” ของตัวเอง
แกนกลางของหนัง คือ การแก้แค้นที่ไม่มีทางจบสิ้น และไม่มีอะไรที่แก้ไขได้ มีแต่การทำร้ายกันมากขึ้นๆ ยิ่งฉากจบของหนัง จึงเป็นอะไรที่แตกต่างกับตอนต้นเรื่องมาก
แต่ก็อย่างที่บอกหนังเรื่องนี้ทำได้อย่างสมจริงมาก โดยเฉพาะซีนอารมณ์ และยิ่งมีการตัดต่อที่ขั้นเทพมาก ก็ทำให้หนังเรื่องนี้มีเสน่ห์ขึ้นมาได้ไม่ยาก…

ต.ค. 21 2018

10 ภาพยนตร์สยองขวัญที่จะทำให้คุณนั่งไม่ติดเก้าอี้ 3

กลับมาอีกครั้งกับการจัดอันดับหนังสยองขวัญที่จะทำให้คุณนั่งไม่ติดเก้าอี้
และอย่างเช่นเคยเราจะนำหนังที่คุณภาพเยี่ยมมาให้คุณได้ดูกันว่าจะหลนอแค่ไหนน่ากลัวอย่าง
ไร และน่าสนใจขนาดไหนออย่ารอช้าไปติดตามกันได้เลย
ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ
นับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยที่ภาพยนตร์เรื่องชัตเตอร์
กดติดวิญญาณประสบความสำเร็จเกิดนความคาดหมาย
เพราะนอกจากจะเป็นหนังที่ถูกประเทศอื่นซื้อสิทธิ์ไปฉายมันยังเป็นหนัวไทยเพียงไม่กี่เรื่องที่ฮอลลีวู้ดได้ขอซื้อลิขสิทธิ์ไปรีเมคใหม่อีกต่างหาก
โดยหนังว่าด้วยชายคนหนึ่งที่เป็น่างภาพได้พบเจอกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่นับวันมันยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ
ก่อนจะพบเจอว่าสิ่งที่เชากำลังเผชิญคือวิญญาณร้ายของหญิงคนหนึ่งที่มีพลังอาฆาต
โดยฉากที่หลายคนจับได้คือฉากที่ผีขี่คอพระเอกทำเอาหลายคนต่างหวาดกลัวไปตามๆกัน
และด้วยความสงสัยทำให้เขาเริ่มค้นหาคำตอบก่อนจะเจอจุดใต้ตำตอที่แทบไม่อยากจะเชื่อ
และยิ่งทำให้ความหลอนของหนัวเรื่องนี้ทวีคูณยิ่งขึ้นไปอีก
พอเตอร์กีส
เชื่อว่า ณ วันนี้มันยังคงเป็นหนังสุดายองขวัญที่อยู่ในใจของใครหลายคนอย่างแน่นอน
หนังว่าด้วยครอบครัวฟรีลิ่งที่ถูกสิ่งลึกลับเหนือธณรมชาติคอยเล่นงานอยู่เสมอไม่ว่าจะมาในรูปแบบของเสียง
กลิ่นต่างๆทำให้พวกเขาต้องการจะไล่สิ่งนี้ออกไปจากบ้านของพวกเขา
แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และยิ่งไล่เท่าไหร่วิญญาณร้ายก็ยิ่งคุกคามพวกเขามากขึ้น
และทำให้หนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยความหลอกบวกกับความสนุกที่ลงตัวจากการเล่าเรื่องได้ดี
และที่สำคัญมันเป็นผลงานของ สตีเว่น สปีลเบร์ก พ่อมดแห่งฮอลลีวู้ดคนนี้นั่นเอง
โดยหนังถูกทำออกมาถึง 3 ภาค และประสบความสำเร็จมาโดยตลอด
ขณะที่การเล่าเรื่องของแต่ละภาคจะต่างกันออกไป
แต่ที่เหมือนกันคือปริศนาอันดำมืดยังคงไม่ถูกเปิดเผย
และทำให้คนดูอยากที่จะติดตามเรื่อยๆนั่นเอง
ไซโค
แค่เอ่ยชื่อมาก็อาจทำให้คนที่รู้จักหนังเรื่องนี้ขนลุกเป็นเกรียวแน่ๆ
เพราะนี่คือหนังสยองวัญที่ถูกกล่าวขานว่าหลอนที่สุดเท่าที่เคยมีในยุคเมื่อ 20 กว่าปีก่อน
และยิ่งไปกว่านั้นมันมาจากฝีมือผู้กำกับที่ถูกยกเป็นเจ้าพ่อแห่งหนังสยองขวัญอย่าง อัลเฟร็ด
ฮิตช์ค็อก โดยหนังว่าด้วยหญิงสาวที่แอบขโมยเงินจากนายจ้างจนต้องหนีไปที่เมืองอื่น
แต่กลับหลงทางจนไปพบโรงแรมแห่งหนึ่ง และได้พบกับเจ้าของโรงแรม
ซึ่งดูเหมือนทุกอย่างจะไม่มีอะไร
แต่เมื่อเธอพบว่าแม่ของเขาสติไม่ดีจึงได้แนะนำให้พาไปหาหมอ แต่ชายคนดังกล่าวปฏิเสธ
และเมื่อเธอได้กลับไปอาบน้ำพักผ่อนในห้องของตัวเองความสยองของหนังเรื่องนี้เกิดขึ้น
สำหรับเรื่องนี้ไปในทางแนวไล่ล่า
และค้นหาความจริงซะมากกว่าหากใครชื่นชอบความสยองขวัญที่เป็นแนวสืบสวนสอบสวนแล้ว
ล่ะก็ไซโคน่าจะโดนใจของใครหลายคนเลยทีเดียว…

ต.ค. 18 2018

ธีมทั้งคู่เรื่องแตกต่างกัน!! โซฟี เทอร์เนอร์ ยังไม่เห็นภาพ X-Men อยู่ร่วมกับอเวนเจอร์ส

ภายหลังที่สร้างความฮือฮาด้วยการปล่อยครั้งเซอร์ภาพยนตร์เรื่อง X-Men: Dark Phoenix ซึ่งจัดเตรียมจะเข้าฉายตอนต้นปีหน้า 
โดยในเรื่องราวนั้นสิ่งที่พวกเรามองเห็นได้อย่างชัดเจนเป็นการที่เนื้อหาของเรื่องจะเน้นไปทางนักแสดงหลักอย่าง จีนเกรย์ ที่สวมบทบาทโดย โซฟี เทอร์เนอร์ (Sophie Turner)
ที่ว่ากันว่ามีพลังพอที่จะทำลายมวลมนุษย์ชาติได้ในพริบตาเดียวและก็งานนี้กลุ่ม X-Men ก็เลยจำเป็นต้องรวมกลุ่มเพื่อหยุดหายนะคราวนี้ให้ได้
ปัจจุบันในงานคอมิกที่นิวยอร์ก ผู้แสดงนำฝ่ายประเด็นนี้อย่าง โซฟี เทอร์เนอร์ (Sophie Turner) ก็ไปแสดงตัวอยู่ในงาน พร้อมด้วยมีโอกาสได้ตอบปัญหาของผู้รายงานข่าวว่าหลังจากนี้มีความน่าจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่ X-Men จะได้ไปอยู่ในจักรวาลหนังมาร์เวล
ฉันก็ไม่ทราบเช่นกันค่ะ แต่ว่าที่ทราบเป็นนักแสดงนี้มีความสลับซับซ้อนมากมายตลอดจนทุกนักแสดงใน X-Men ที่จะต้องแยกตัวออกมาเพราะว่าถูกต่อต้าน และไม่น่าจะเป็นสิ่งที่กำลังจะได้กำเนิดในเวนเจอร์สอย่างแน่ๆ 
ซึ่งตามจริงต้องการเห็นมาร่วมงานกันทั้ง ทีมนะ แต่ว่าเห็นเรื่องราวมันค่อนข้างจะไม่เหมือนกันมากก็เลยไม่น่าจะมาพบกันได้ ซึ่งถ้าเกิดจะทำจริงก็น่าดึงดูดว่าน่าตาจะออกมาเป็นยังไง’’
ดังนี้ เรื่องของความน่าจะเป็นที่จะเอาภาพยนตร์ เรื่องมาร่วมกันนั้น มั่นใจว่าแม้ทางค่าย Marvel Studios จะจัดขึ้นมาจริงๆยืนยันว่าจะจัดออกมาได้อย่างดียิ่งแล้วก็ผสมกับผู้แสดงคณะทำงานเวนเจอร์สได้พอดีอย่างแน่แท้
X-Men: Dark Phoenix 
เรื่องราวของนักแสดงที่ชื่อว่า จีน เกรย์ ที่คุณนั้นสามารถปรับปรุงพลังของตนเองให้แปลงเป็นพวก ดาร์ก ฟีนิกซ์ ซึ่งมีความร้ายกาจมาก ท้ายที่สุดแล้วเหล่ากลุ่ม X-Men
อาจจะต้องเลือกว่าจะรักษาชีวิตเพื่อนพ้องไว้หรือสกัดกั้นการทำลายมวลมนุษย์ชาติให้หมดจากโลกนี้

ต.ค. 15 2018

7 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้ใน Along with the Gods ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า

ก่อนจะที่เราจะได้ชมภาพยนตร์เกาหลีภาคต่อฟอร์มแรงอย่าง Along with the Gods
ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า ภาค 2 ที่เข้าฉายในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ในโรงภาพยนตร์
เรามาทำความรู้จักที่มาของภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่คุณอาจยังไม่รู้กัน
1. Along with the Gods
สร้างมาจากเว็บตูนสุดฮิตในชื่อเรื่องเดียวกันจากประเทศเกาหลีใต้
และทำยอดขายในแบบรูปเล่มกว่า 450,000 เล่ม
ว่าด้วยเรื่องของการผจญภัยในโลกหลังความตายของวิญญาณที่ต้องเผชิญหน้ากับการ
ฝ่าด่าน 7 ขุมนรก ภายในระยะเวลา 49 วัน ด้วยพล็อตที่แหวกแนวและน่าสนใจนี้ทำให้
Along with the Gods จึงเป็นเว็บตูนที่มียอดการอ่านกว่าพันล้านวิว
นับเป็นตำนานเว็บตูนเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้
2. ที่มาของการฝ่า 7 ด่านนรก ภายใน 49 วันในเรื่อง Along with the Gods
มาจากความเชื่อเรื่องชีวิต 49 วัน หลังความตาย
ที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าวิญญาณจะได้ไปเกิดใหม่หรือไม่
ขึ้นอยู่กับความดีของวิญญาณและผลบุญที่ญาติพี่น้องของวิญญาณอุทิศให้
3. การันตีคุณภาพด้วยฝีมือของผู้กำกับ คิม ยงฮวา ที่เคยฝากผลงานมาแล้วจาก 200
Pounds Beauty, Take Off และ Mr. Go) โดยเป็นการกลับมาทำหนังอีกครั้งในรอบ 4
ปี โดยจุดเด่นของเขา คือการถ่ายทอดความอบอุ่นหัวใจ อารมณ์ขัน
และนำเสนอความเป็นมนุษย์ที่คนดูจะต้องเอาใจช่วยตัวละครอยู่เสมอ
4. นรกทั้ง 7 ด่านใน Along with the Gods ว่าด้วยบาปแห่ง ฆาตกรรม,
ความเกียจคร้าน, หลอกลวง, อยุติธรรม, ความทรยศ, ความรุนแรง, อกตัญญู ซึ่ง คิม
ยงฮวา ผู้กำกับของเรื่องเผยว่า เขาได้แรงบันดาลมาจากธาตุทั้ง 7
ที่พบได้ตามธรรมชาติ ได้แก่ ไฟ, น้ำ, โลหะ, น้ำแข็ง, กระจก, แรงโน้มถ่วง และ ทราย
โดยที่ในแต่ละด่านจะมีอุปสรรคที่มีความสอดคล้องกันไป
5. จู จีฮุน นักแสดงหนุ่มจากซีรี่ส์ดังอย่าง Princess Hours ที่ชาวไทยคุ้นเคยกันดี
โดยในครั้งนี้ จู จีฮุน มาในบทบาท ยมทูตเฮวอนเมก ยมทูตนักสู้ฝีมือดี
ผู้คอยคุ้มครองดวงวิญญาณจากอันตราย เขาได้ยกระดับฝีมือการแสดงไปอีกขั้น
ด้วยการลงทุนเตรียมร่างกายด้วยการฝึกซ้อมถึง 2 เดือนก่อนการถ่ายทำ
เพื่อให้การแสดงฉากบู๊ออกมาดุเดือดและสมจริงที่สุดเท่าที่จะทำได้
6. ฮา จองอู นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมเวที Asian Film Awards
ได้รับบทบาทที่ท้าทายที่สุดของเขา ด้วยการรับบทเป็น ยมทูตคังลิม
ตำแหน่งหัวหน้ายมทูต มืออาชีพแห่งการส่งวิญญาณกลับไปเกิดใหม่
โดยตัวเขาได้กล่าวว่า “ผมไม่ลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียวตอนตัดสินใจเล่นเรื่องนี้”
7. คิม ฮยางกี นักแสดงสาวกับบทบาทครั้งสำคัญ
เพราะนี่คือหนังใหญ่ที่สุดที่เธอเคยเล่นมา กับบทบาทของ ยมทูตดัคชุน
ยมทูตสาวผู้ปราดเปรื่อง และเปี่ยมไปด้วยความเมตตา ซึ่งผู้กำกับของเรื่องอย่าง คิม
ยงฮวา ได้กล่าวชื่นชมการแสดงของเธอไว้ว่า “เธอแสดงออกมาได้ไร้ที่ติ
ผมแทบสัมผัสถึงความอบอุ่นในตัวละครของเธอเหมือนกับต้นฉบับเว็บคอมมิคเลยทีเดียว”…