0 Comments

Railroad Tigers ใหญ่-ปล้น-ฟัด ภาพยนตร์คอเมดีแอคชั่นผสมกลิ่นอายจาง ๆ
ของสงครามเล็กน้อย
ว่าด้วยเรื่องราวของกลุ่มเสือบินที่ทำการเล็กหวังปล้นของจากพวกทหารญี่ปุ่นตามขบ
วนรถไฟ กระทั่งวันหนึ่งได้ช่วยเหลือทหารจีนนายหนึ่ง
โดยทราบว่ากองพันของตัวเองหวังจะระเบิดสะพาน
เพื่อตัดเส้นทางไม่ให้พวกญี่ปุ่นลำเลียงเสบียงไปยังทัพหน้าได้
ทำให้กลุ่มเสือบินต้องทำการใหญ่ครั้งนี้ให้สำเร็จ
จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ทำให้สะดุดตาสะดุดใจเป็นอย่างแรกคือการทำฉากแอนิ
เมชั่นเล็ก ๆ ที่ใส่เพิ่มเข้ามาในช่วงต้นของภาพยนตร์
เป็นแอนิเมชั่นเปิดนำเรื่องที่ทำออกมาได้สวยงามทีเดียว ใช้ในการแนะนำตัวละคร
และเล่าเหตุการณ์สำคัญให้เข้าใจได้ง่าย
แทนการเล่าเรื่องที่ใช้บทสนทนาของตัวละคร
ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสีสันที่ทำให้คนดูแปลกใจไม่น้อย

ภาพยนตร์ที่เฉินหลงแสดงนำนั้น
ส่วนใหญ่ก็คงหนีไม่พ้นภาพยนตร์แอคชั่นพร้อมกับกระตุ้นต่อมฮาไปในตัว
แต่ความตลกส่วนใหญ่นั้นก็หนีไม่พ้นทีมพากษ์ระดับพระกาฬอย่างทีมพากษ์พันธมิตร
มาช่วยเสริมเติมแต่งให้เรียกเสียงหัวเราะจากคนดูได้ตลอดทั้งเรื่องเช่นเคย

แม้ว่าฉากส่วนใหญ่ของเรื่องจะเกิดขึ้นบนรถไฟที่กำลังแล่นอยู่บนราง แต่ฉากอื่น ๆ
ที่อยู่นอกตัวรถไฟ โดยเฉพาะท้องทุ่งนั้น ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าเป็นฉากที่สวยงามทีเดียว
ไม่แน่ใจว่าฉากเหล่านั้นเกิดจากการใช้สเปเชียลเอฟเฟกต์หรือไม่ประการใด
แต่ช่วยให้ผู้ชมได้พักสายตาจากฉากต่อสู้มาอยู่กับธรรมชาติที่สวยงาม

จุดที่อยากตั้งข้อสังเกตก็คือในช่วงครึ่งแรกนั้น
ภาพยนตร์มีการตัดสลับไปฉากอื่นรวดเร็วจนทำให้เกิดความสงสัยเล็กน้อย
และอดคิดไม่ได้ว่าจะใส่ฉากนั้นมาทำไม ซึ่งฉากเล็ก ๆ
บางฉากนั้นถ้ามาเรียงร้อยและเล่าเรื่องให้ต่อเนื่องได้ก็น่าจะทำสมูธและน่าสนใจยิ่งขึ้

ด้วยความที่เรื่องราวของภาพยนตร์ไม่ได้มีความสลับซับซ้อนใด ๆ
มีเนื้อหาที่เข้าใจง่าย แต่บางฉากกลับใช้เวลานานไปเล็กน้อย
หรือบางฉากที่ไม่ได้จำเป็นกับเนื้อเรื่องหลัก
สามารถตัดออกได้ก็น่าจะทำให้ภาพยนตร์ดูกระชับมากขึ้น และไม่เนือยจนเกินไปนัก

ภาพยนตร์ของเฉินหลง แน่นอนว่าแฟน ๆ
เฉินหลงอยากจะเห็นการต่อสู้ของเฉินหลงในรูปแบบต่าง ๆ
โดยเฉพาะการต่อสู้ระยะประชิดและใช้สภาพแวดล้อมรอบตัวเป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคั
ญในการต่อสู้ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์สำคัญนั้น
ในภาพยนตร์เรื่องนี้กลับปรากฏสิ่งที่ว่ามาน้อยไปสักหน่อย
ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้เน้นการใช้อาวุธปืนรวมไปถึงอาวุธสงครามเป็นหลัก
มากกว่าการออกหมัดออกมวยเหมือนภาคก่อน ๆ
และดูเหมือนว่าภาคนี้เฉินหลงจะเน้นไปที่การตั้งรับมากเป็นพิเศษ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *