0 Comments

จะว่าไปแล้วปีนี้เป็นปีนี้หนักสำหรับหนังแฟนตาซีค่ายดิสนีย์จริงๆ
ไม่ว่าจะเป็น A Wrinkle In Time เมื่อต้นปีก็พังไม่เป็นท่า
อีกทั้งคำวิจารณ์ และรายได้ รวมไปถึง Christopher Robin
ที่พึงฉายไปเมื่อเดือนสิงหา แม้ว่ารายหลังจะรีวิวออกมาดี แต่ว่าไม่ได้ถูกอกถูกใจผู้ชม
หรือดึงดูดพอให้ทำเงินแต่อย่างใด พอถึงคิวเรื่องนี้เข้าฉาย ไม่วายเหมือนค่ายหนังจะรู้สึกตัว
ตัดงบไม่ทำพากย์ไทยเข้าฉายโรง และลดการโปรโมทในสื่อต่างๆเยอะมาก
จนเกือบจะมองไม่เห็นการโปรโมทเลยด้วยซ้ำไป ทำให้ผมเองก็รู้สึกหวาดหวั่นๆใจในตัวหนังเรื่องนี้จริงๆ
เรื่องราวเกี่ยวกับ คลาร่า เด็กหญิงผู้ซึ่งสูญเสียแม่ผู้เป็นทีรักไป ทำให้เธอและครอบครัวไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไหร่
เนื่องจากว่าเธอมีความฉลาดเหมือนแม่ นั่นทำให้ความฉลาดเกินคนรอบข้างจะเข้าใจได้
เธอก็เลยชอบหมกตัวอยู่ห้องใต้หลังคา จนเธอได้รับของขวัญจากแม่
เป็นกล่องปริศนาที่ต้องใช้กุญแจพิเศษในการไขเปิดความลับ ที่เธอคิดว่าแม่ทิ้งไว้ให้
ทำให้เธอต้องไปยังบ้านพ่อทูนหัวเพื่อขอความช่วยเหลือ
ซึ่งตรงนั้นเองเป็นประตูเข้าสู่ดินแดนลี้ลับที่แม่ของเธอเป็นผู้สร้าง และก็เธอต้องช่วยกอบกู้มันจาก มาเธอร์จิงเจอร์
ในด้านการดำเนินเรื่องนั้นไม่ได้มีลูกเล่นใดๆเลย เป็นการดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรงฉิวตั้งแต่ต้นเรื่องจนถึงสิ้นเรื่อง
นับว่าเป็นข้อด้อยของเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ แถมยังมีพล๊อตเรื่องที่เหมาะกับเด็กอายุไม่เกิน 12 ขวบ
ทำให้ผู้ใหญ่ที่เข้าไปดูต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า หนังมันเด็กเกินไป
ส่วนด้านที่ประทับใจ รวมทั้งดึงดูดให้คนดู สามารถอยู่ดูจนจบเรื่อง นอกจาก
น้องแม็คเคนซี ฟอย จาก Twilight Breaking Dawn Part 2 / Interstellar ที่สวย
น่ารักน่าเอ็นดูโดดเด่นน่าติดตามแล้ว ยังมี CG ฉากต่างๆชุดต่างๆในเรื่อง พูดได้ว่า มีดีเทล
รายละเอียดอะไร ใส่มาแบบไม่ยั้ง ผลงานออกมาดูลงทุนกับจำนวนเงินไปในส่วนนี้มาก
โดยรวมแล้วเอาตรงๆเลยคือ เรื่องนี้เป็นหนังที่เหมาะกับเด็กจริงๆ
หรือคนที่ชอบดูหนังแฟนตาซีสีฉูดฉาด เน้นเสพ CG เป็นหลัก ก็สามารถเอ็นจอยไปกับเรื่องได้ง่ายๆ
และก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนังเองฉายในเวลาเหมาะเจาะกับเทศกาลปลายปีซะจริงๆ
ได้แต่หวังว่ารายได้น่าจะคืนทุนบ้าง และไม่เจ็บตัวมากไปกว่าที่เป็นอยู่นี้ครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *