ก.ย. 21 2018

5 ผลงาน เต๋อ นวพล ก่อนพาโอตะน้ำตาแตกกับ BNK48 : GIRLS DON’T CRY

เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์
เตรียมกลับมาอีกครั้งกับภาพยนตร์สารคดีวงไอดอลที่ดังที่สุดในตอนนี้กับ BNK48 :
GIRLS DON’T CRY ซึ่งจะตีแผ่ทุกมุมของการเป็นไอดอล
ผ่านบทสัมภาษณ์และฟุตเทจที่ถ่ายตามติดตลอดระยะเวลากว่าจะมาเป็นทุกวันนี้
ก่อนที่เราจะได้ชมภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 16 สิงหาคมนี้
เรามาย้อนชมผลงานภาพยนตร์ฝีมือของผู้กำกับเรื่องนี้
ที่เราบอกได้เลยว่าแต่ละเรื่องนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ
1.36
หนังเล่าเรื่องผ่านฉากทั้งหมด 36 ฉาก เรื่องราวของ ทราย นักหาสถานที่ถ่ายหนัง
ที่รู้จักกับ อุ้ม ชายแปลกหน้า
ผ่านความสัมพันธ์ทางบทสนทนาที่มีฉากนั้นเป็นเสมือนรูปถ่ายบันทึกความทรงจำ
รวมถึงสะท้อนความคิดที่ว่า โลกดิจิตอลเราอยากถ่ายอะไรก็ถ่าย และใช้
ฮาร์ดดิสก์บันทึกความทรงจำของเรามากเกินไป
จนวันหนึ่งที่เราต้องรื้อตามหามันกลับใช้งานไม่ได้
แทนที่จะเลือกเก็บบันทึกความทรงจำเฉพาะสิ่งที่สำคัญ
2. Mary is happy, Mary is happy
ภาพยนตร์ที่ตีความจากทวิตเตอร์ ของแอคเคาท์ @marylony จำนวน 410 ข้อความ
หนังมีสไตล์การเล่าเรื่องด้วยการคั่นข้อความจากทวิตเตอร์
ที่ถูกนำมาร้อยเรียงเป็นช่วงชีวิตของวัยรุ่นหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างจบมัธยมขึ้นช่วง
มหาวิทยาลัยที่เป็นวัยสับสน นำแสดงโดย พัชชา พูนพิริยะ และ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย
โดยหนังเรื่องนี้คว้ารางวัลสุพรรณหงส์ได้ถึง 4 รางวัล ได้แก่ นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม
นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ลำดับภาพยอดเยี่ยม และถ่ายภาพยอดเยี่ยม
3. The Master
หนังสารคดีที่บอกเล่าเรื่องราวของ ร้านขายวิดีโอเล็กๆ
แห่งหนึ่งจตุจักรที่ขายหนังนอกกระแสแบบผิดกฎหมาย
แต่กลับกลายเป็นคุณูปการใหญ่หลวงให้กับวงการคนดูหนังอินดี้และวงการศึกษาวิชาภาพยนตร์ไทย
เพราะเป็นช่องทางเดียวที่จะเข้าถึงหนังเหล่านี้ได้The Master
บอกเล่าเรื่องราวของร้านพี่แว่นจากการสอบปากคำของกูรูวงการหนังและอดีตลูกค้าที่เคย
ใช้บริการ เช่น คงเดช จาตุรันต์รัศมี ,เป็นเอก รัตนเรือง,ป๋าเต็ด ยุทธนา ,อ.ประวิตร
แต่งอักษร ,เมอฤดี ,พี่จ๋อง พงศ์นรินทร์ จาก Cat Radio, และอีกหลายๆ
คนที่ต่างออกมาตอบคำถามและความประทับใจที่ต้องพึ่งพาร้านวิดีโอแห่งนี้
4. ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ
ชีวิตของยุ่น (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์)
กราฟฟิคฟรีแลนซ์คิวแน่นที่อุทิศเวลาเพื่องานซึ่งเป็นเหมือนสิ่งเดียวในชีวิตของเขา
จนกระทั่งพบว่าร่างกายของเขากำลังผิดปกติ เมื่อมีผื่นสุดคันขึ้นตามผิวหนัง
จนกลายมาเป็นอุปสรรคในการทำงานของเขา
จนกระทั่งยุ่นตัดสินใจไปหาหมอในโรงพยาบาลรัฐบาล และได้พบกับหมออิม (ใหม่ดาวิกา)
ที่วินิจฉัยโรค และบอกให้ยุ่นเปลี่ยนวิถีชีวิตและหันมาดูแลสุขภาพ
แต่วิธีดังกล่าวช่างตรงกันข้ามกับอาชีพฟรีแลนซ์ของเขาเหลือเกิน
มันเลยเป็นสิ่งที่ทำได้ยากยิ่ง ในขณะที่ยุ่น เริ่มจะหลงรักหมออิมทีละน้อยๆ
ซึ่งมันก็มาพร้อมกับมาตรฐานในการทำงานของเขาที่เคยสูงสุดค่อยๆ ลดต่ำลงเรื่อยๆ
5. Die Tomorrow
ผลงานลำดับที่ 5 ของผู้กำกับ เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์
ภาพยนตร์ที่จะพาไปสำรวจแง่มุมชีวิตของ 6 เรื่องราวจาก 6
กลุ่มตัวละครที่แตกต่างกันกับชีวิตในธรรมดาๆ ก่อนที่พวกเขาจะตาย
ซึ่งนี่ไม่เพียงเป็นหนังที่ร้อยเรียงเรื่องราวได้อย่างมีเอกลักษณ์
แต่ยังคงแทรกแง่คิดสะกิดให้ผู้ชมได้ตระหนักถึงชีวิตตนเองในวินาทีนี้อีกด้วย
หนังเรื่องนี้มาพร้อมกับทีมนักแสดงดังที่หลายๆ คนเคนร่วมงานกับเขา ทั้ง ซันนี่
สุวรรณเมธานนท์, พัชชา พูนพิริยะ , สิราษฎร์ อินทรโชติ, รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล, มรกต
หลิว, กัญญภัค วุธรา, ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง, วิโอเลต วอเทียร์ และ จรินทร์พรจุนเกียรติ…

ก.ย. 19 2018

5 หนังไทยสุดเฟล ทำเงินต่ำที่สุด

ที่ผ่านมาเรามักได้ยินแต่การจัดอันดับหนังทำเงินสูงสุด
แต่เราไม่ค่อยรู้ว่าหนังที่ทำเงินน้อยที่สุดนั้นก็มีการจัดอันดับเช่นเดียวกัน
และนี่คือหนังที่ทำรายได้น้อยที่สุดจากการจัดอันดับของสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ
ต้องยอมรับว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้รายได้ของภาพยนตร์แต่ละเรื่องแตกต่างกันมีองค์ประกอบหลายอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณการสร้าง บทภาพยนตร์ ดารานำแสดง หรือ ผู้กำกับการแสดง แต่ก็ไม่ใช่สูตรสำเร็จเสมอไป
เพราะหนังบางเรื่องใช้งบประมาณไม่สูง นักแสดงโนเนมแต่กลับทำเงินถล่มทลายก็มีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ
เมื่อหนังไม่มีกระแสตอบรับ โรงหนังก็ต้องตัดรอบฉาย ตัดวันฉาย จากกำหนดฉาย 1 เดือน อาจเหลือเพียง 1 สัปดาห์
และถูกถอดออกจากโปรแกรมไปในที่สุด ไปดู 5 อันดับหนังทำเงินน้อยสุดกันดีกว่าว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

ขอบคุณภาพจากภาพยนตร์ “สมานฉัน”
อันดับ 5 “สมานฉัน” รายได้ 60,000 บาท
หนังแนวโรแมนติก
เรื่องราวของคนในครอบครัวที่มีเรื่องขัดแย้งกันจึงลามเข้าไปสู่สังคมด้วยความคิดเห็นที่ขัดแย้งและแตกต่างกันทางการ
เมือง ก่อนจะหันกลับมาสมานสามัคคีกันเหมือนปณิธานที่ได้ตั้งเอาไว้ อยากให้คนไทยกลับมารักกัน เข้าฉายในปี 2553
ด้วยทุนสร้างถึง 50 ล้านบาท แต่ทำรายได้เพียง 60,000 บาทเท่านั้น

ขอบคุณภาพจากภาพยนตร์ “เก๋าเกรียน”
อันดับ 4 “เก๋าเกรียน” รายได้ 57,000 บาท
หนังผีตลกขบวนการปราบผีในโรงแรมร้างแห่งหนึ่ง
ซึ่งนักธุรกิจหัวใสคิดจะพัฒนาโครงการต่อจึงต้องทำการปราบผีด้วยวิธีการสารพัด เข้าฉายในปี 2555 ทำรายได้ไปเพียง
57,000 บาท

ขอบคุณภาพจากภาพยนตร์ “เด็กสาว”
อันดับ 3 “เด็กสาว” รายได้ 56,000 บาท
เป็นเรื่องราวของมิตรภาพอันงดงามบริสุทธิ์ของ 5 เด็กสาวในช่วงมัธยมปลาย นำแสดงโดยนักแสดงหน้าใหม่
เข้าฉายในปี 2555 และทำเงินไปเพียง 56,000 บาท

ขอบคุณภาพจากภาพยนตร์ “หล่อลากไส้”
อันดับ 2 “หล่อลากไส้” รายได้ 50,000 บาท
ภาพยนตร์แนวรักวัยรุ่นแฟนตาซีผสมผสานด้วยแอนิเมชัน เป็นการต่อสู้ระหว่างเสือสมิงกับมนุษย์หมาป่า
นำแสดงโดยดาราหน้าใหม่ เข้าฉายในปี 2556 ทำรายได้ 5 หมื่นบาท

ขอบคุณภาพจากภาพยนตร์ “หมวยจิ้นดิ้นก้องโลก”
อันดับ 1 “หมวยจิ้นดิ้นก้องโลก” รายได้ 29,900 บาท
เข้าฉายในปี 2557 เป็นภาพยนตร์ไทยแนวตลกครอบครัว ที่ต้องปฏิบัติภารกิจกอบกู้ร้านขายของชำของตระกูล
ในวันที่มินิมาร์ทครองเมือง โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 29,900 บาทเท่านั้น หรือคิดเป็นจำนวนผู้เข้าชมเพียง 200 คน
และล่าสุดที่กลายเป็นความฮือฮาในวงการภาพยนตร์ไทย เมื่อภาพยนตร์เข้าใหม่ประจำวันที่ 30 มี.ค. 2560
ปรากฏว่าภาพยนตร์เรื่อง “Fail Stage เพราะฝัน มันใหญ่มาก” ทำรายได้วันแรกอยู่ที่ 550 บาท
ถือเป็นหนังไทยที่เปิดตัวด้วยรายได้ที่น้อยที่สุด…

ก.ย. 18 2018

Ghost in the Shell

Ghost in the Shell
ประเภท : ภาพยนตร์
แนว : Action, Crime, Drama
ผู้กำกับ :Rupert Sanders
ค่าย : DREAMWORK
ฉาย : 31 มีนาคม 2017
Ghost in the Shell (โกสต์ อิน เดอะ เชลล์) ภาพยนตร์ที่สร้างจากการ์ตูนมังงะชื่อดังของ ชิโระ
มาซามูเนะ ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1989 จากนั้นต่อมาถูกสร้างเป็นแอนิเมชั่น 2 ภาคที่ชื่อว่า Ghost in the Shell
และ Ghost in the Shell 2: Innocence ในปี 2004 ต่อมาปี Ghost in the Shell
ฉบับคนแสดงก็ได้เข้าฉายเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2017 ที่ผ่านมา
Ghost in the Shell ภายใต้ผู้กำกับ Rupert Sanders
หลังได้มีการเปิดตัวไปเพียงไม่กี่วันก็กลายเป็นภาพยนต์มาแรงในสหรัฐเป็นอันดับที่ 3 โดยมี The Boss Baby
ในอันดับที่ 1 และ Beauty And The Beast อันดับที่ 2 และ Ghost in the Shell อันดับที่ 3
แต่ทว่าการเปิดตัวด้วยตัวเลขที่ไม่สวยงาม ได้มาเพียง 18ล้านเหรียญ ไคล์ เดวีย์ จากพาราเมาท์
ค่ายเจ้าของหนังบอกว่าความล้มเหลวครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากกระแสต่อต้าน หรือ “Whitewashed” ที่ว่า Ghost
In The Shell ถูกดัดแปลงให้เป็นหนังคนขาวมากเกินไป
เนื้องเรื่อง
เมเจอร์ สาวไซเบอร์ระดับสูง ในหน่วยรักษาความสงบ Section 9
ที่ทำงานอุทิศตนเพื่อหยุดยั้งพวกอาชญากรที่อันตรายที่สุดแต่การทำงานในที่ต่างๆทำให้เธอฟื้นความทรงจำ
ก่อนที่จะมาเป็นหุ่นยนต์ เธอก็เริ่มฉุกคิดขึ้นมา แล้วเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า เธอเป็นใคร
อดีตของเธอคือใครกันแน่ หรือว่าสิ่งที่เธอเคยได้รับรู้มาทั้งหมดนั้น คือเรื่องโกหกทั้งเพ…

ก.ย. 15 2018

จัดอันดับภาพยนตร์ไดโนเสาร์ที่ดีที่สุดแห่งโลกฮอลลีวู้ด 2

กลับมาอีกครั้งกับการจัดอันดับภาพยนตร์ไดโนเสาร์ที่ดีที่สุดแห่งโลกฮอลลีวู้ด ตอนที่ 2
ครั้งนี้เราจะขอพาคุณผู้อ่านไปติดตามภาพยนตร์ไดโนเสาร์อีก 3 เรื่องที่เหลือ
ซึ่งได้ชื่อว่าดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา จะมีเรื่องใด และได้รับความนิยมแค่ไหนไปติดตามพร้อมๆกันเลย

The Good Dinosaur (2015)
อนิเมชั่นเรื่องเยี่ยมจากทางค่ายพิกซาร์
ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามถึงความนิยมจากผู้ที่รับชมมาแล้ว โดย The Good Dinosaur
เป็นอนิเมชั่นน่ารักๆที่ย้อนไปในยุคที่มนุษย์ใช้ชีวิตร่วมกับไดโนเสาร์
ซึ่งเดินเรื่องจากากรที่ไดโนเสาร์พันธุ์คอยาวตัวหนึ่งโศกเศร้าเกี่ยวกับการจากไปของพ่อ
และต้องการอยากที่จะพิสูจน์ตัวเองทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวต่างๆ แม้ภาพจะดูเป็นอนิเมชั่นน่ารัก
แต่ก็แฝงไปด้วยความดราม่าของตัวละครอย่างไรก็ตามหนังถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

King Kong (2005)
แม้อาจจะไม่ใช่หนังเกี่ยวกับไดโนเสาร์ตรงๆ
แต่ก็ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ตัวละครได้โนเสาร์แทบจะถูกกล่าวถึงมากกว่าพระเอกของงานอย่างคิง
คองเสียอีก อย่างแรกสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ได้รับความนิยมคือการ้เทคโนโลยี CGI
โดยถ่ายทอดหน้าตาของคิงคอง และไดโนเสาร์ตอนต่อสู้กันออกมาได้สมจริง
ซึ่งฉากไฮไลท์ก็หนีไม่พ้นตอนคิงคองต้องต่อสู้กับไดโนเสาร์อย่างดุเดือด
โดยมีทีเร็กซ์ออกมาปรากฏตัวในฉากถึง 3 ตัวเลยทีเดียว
และมันให้ความสมจริงสุดๆจนกลายเป็นหนังที่ได้รับความนิยมพร้อมกับคำชมของการสร้างตัวละครไดโนเสาร์ในหนังเรื่องนี้อีกด้วย

The Lost World: Jurassic Park (1997)
นี่คือจุดเริ่มต้นแห่งปฐมบทภาพจนตร์จูราสสิค พาร์ค เลยก็ว่าได้ โดย The Lost World: Jurassic Park
ถูกวางฉายในปี 1993 ซึ่งถือได้ว่ากระแสตอบรับที่ตีกลับมาเกินคาดมากๆ
เพราะมันได้รับความนิยมอย่างสูงจนขึ้นแท่นเป็นหนังไดโนเสาร์ที่ดีที่สุดเท่าที่ฮอลลีวู้ดเคยมีมาเลยทีเดียว
ส่วนแนวของหนังจัดอยู่ในประเภทผจญภัย
ระทึกขวัญเพราะว่าด้วยของกลุ่มนักสำรวจที่ต้องเดินทางไปออกล่าไดโนเสาร์มาเพื่อศึกษา
แต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจนนำไปสู่เรื่องราวความวุ่นวาย และการสูญเสีย
และที่เป็นฉากเด็ดสุดคือแม่ทีเร็กซ์ที่ไปตามหาลูกถึงในเมือง ซานติอาโก
จนกลายเป็นฉากที่คนยังติดตามมาจนถึงทุกวันนี้
โดยฉากดังกล่าวไดโนเสาร์ถูกนำออกมาจากเกาะพร้อมกับไข่
แต่มันตื่นขึ้นพร้อมกับเรียกร้องหาลูกน้อยจนทำให้เมืองได้รับความเสียหาย
ซึ่งฉากนี้เองยังปนไปด้วยความเศร้าเพราะสุดท้ายมันต้องตายด้วยน้ำมือของมนุษย์

ก.ย. 12 2018

girls don’t cry ภาพยนต์ที่โอตะควรดู และยิ่งไม่ใช่โอตะยิ่งควรดู

หันไปทางไหนตอนนี้กระแส โอนิกิริ ท่าปั้นคุกกี้กำลังระบาดหนัก เชื่อว่าตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก BNK48
อย่างแน่นอนด้วยความน่ารักและเป็นธรรมชาติของน้องๆ ที่น่ารักตอนนี้พวกเขามีรุ่นที่ 2 แล้ว
ก่อนที่เราจะไปต่อต้องขอเท้าความไปก่อนว่า BNK48 คืออะไร สำหรับคนที่ความรู้เป็น ศูนย์ในเรื่องนี้ หรือว่าถ้าคนที่พอมี
มาอ่านเพิ่มก็ไม่เสียหายอะไร
BNK48คืออะไร ก่อนจะพูดถึง BNK48 คงต้องย้อนไปถึง AKB48 เป็นวงไอดอลญี่ปุ่นที่ ยาสึชิ อากิโมโตะ เป็นผู้ก่อตั้ง
โดยมีแนวคิดที่ว่า เป็นไอดอล ที่ทุกคนสามารถพบปะได้ทุกวันที่มาของชื่อวง (AKB) รวมกับชื่อของประธานบริษัท Office
48 ที่ชื่อ “ชิบะ โคทาโร่” (ชิ=4 , บะ=8) โดยที่มีการแสดงหมุนเวียนโดยสมาชิกแต่ละทีมทุกวัน ทำให้แฟนๆ
รู้สึกว่าเป็นไอดอลที่ใกล้ตัว สามารถไปพบได้จริง และมีการขยายไปยังเมืองต่างๆ และมายังประเทศไทย
ที่มีการเปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว และสร้างกระแสเพลงฮิตได้อย่างรวดเร็ว จากความน่ารักสดใสของพวกเธอนั่นเอง
สำหรับ บีเอ็นเค48 ย่อมาจาก Bangkok Forty-eight เป็นกลุ่มไอดอลสัญชาติไทย และเป็นวงน้องสาวของAKB48
โดยถ้าไม่นับ วง “SNH48″ ในเซี่ยงไฮ้ ที่แยกการบริหารออกไป ก็สามารถนับ BNK48 เป็นวงน้องสาว “ลำดับที่ 6″
จากทั้งหมด (เพราะดันไปงอกเพลงออริจินอลโดยไม่ขอทางต้นฉบับ ทำให้ถูกถอดจากการเป็นวง Official)
และนับเป็นวงน้องสาวนอกประเทศญี่ปุ่น “ลำดับที่ 2″ ต่อจาก วงJKT48 ในจาการ์ต้า และเ BNK 48เป็นวงพี่สาวของ
MUM48 นครมุมไบ ประเทศอินเดีย อีกด้วย
และที่ผ่านมาพวกเธอมีอีเว้นท์มากมายทั้งคอนเสิร์ต และงานจับมื รวมไปถึงงานต่างๆ
ซึ่งทั้งหมดถูกเก็บรวบรวมฟุตเทจมหาศาลจาก เต๋อ นวพล ผู้กำกับชื่อดังที่เคยฝากผลงานเอาไว้อย่างเรื่อง ฟรีแลนนซ์ ที่ซันนี่
เป็นพระเอก รับบทผู้กำกับภาพยนต์เรื่องนี้ด้วยตัวเอง ตลอดเวลาที่คลุกคลีกับเหล่า BNK48
สะท้อนมุมมองต่างๆที่ออกมาให้โอตะได้เข้าใจว่าไอดอลของพวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง และย่ิงคนที่ไม่ใช่โอตะ
ที่ไม่เคยเข้าใจการแสดงของ BNK48 ควรที่จะดูอย่างยิ่ง
การมีสารคดีของน้องๆ BNK48 อาจจะเป็นของใหม่ แต่ถ้าใครที่ตามไอดอลตระกูล48จากญี่ปุ่นก็จะทราบดีว่า
วงนี้มีสารคดีออกมาหลายชุด และแต่ละชุดก็ทำออกมาได้น่าประทับใจอย่างมาก
จนหลายคนตั้งความหวังว่าของไทยก็ต้องทำได้ดีไม่แพ้กัน โดยงานนี้ได้ผู้กำกับมือดีของประเทศอย่างคุณเต๋อ นวพล
ธำรงรัตนฤทธิ์ ที่ไปหมกตัว เก็บข้อมูล เรื่องราวขีวิตน้องๆมายาวนานและเชื่อว่าตอนนี้ คุณเต๋อเองก็คงมีฟุตเทจจำนวนมหาศาล
รอการตัดต่อ เรียบเรียงอยู่มากมาย ก็ได้แต่หวังว่าจะออกมาถูกใจแฟนๆ และคนที่เริ่มสนใจในการติดตามน้องๆ
ซึ่งผลงานที่ผ่านๆมาของคุณเต๋อเอง ก็เรียกว่า “เชื่อมือได้” และดูสนุกแน่นอน
ถ้าภาพยนต์เข้าโรงแล้วอย่าลืมไปให้กำลังใจพวกเธอกันด้วย…

ก.ย. 09 2018

ประวัติ “แมตต์ เดม่อน” พระเอกสุดคุณภาพ ที่ใครๆก็ชอบ

แมตต์ เดมอน มาจากบอสตัน
เขาเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและได้รับประสบการณ์การแสดงครั้ง
แรกจากอเมริกัน รีเพอร์ทอรี เธียเตอร์ เขาเปิดตัวผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกด้วย
Mystic Pizza ตามด้วยการแสดงใน School Ties, Geronimo: An American
Legend โดยวอลเตอร์ ฮิลและโปรเจ็กต์เคเบิลเรื่อง Rising Son และ The Good
Old Boys โดยทอมมี ลี โจนส์
เขาได้รับความสนใจครั้งแรกจากบทอดีตทหารสงครามอ่าวเปอร์เซีย
ผู้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความทรมานจากความทรงจำจากเหตุการณ์ในสงค
ราม ในภาพยนตร์ปี 1996 เรื่อง Courage Under Fire
เขาร่วมกับเบน เอฟเฟล็ค เพื่อนเก่าของเขา เขียนบทดรามาดังปี 1997 เรื่อง
Good Will Hunting ซึ่งทำให้พวกเขาได้รับรางวัลอคาเดมี
อวอร์ดและลูกโลกทองคำ
รวมทั้งได้รับรางวัลจากนักวิจารณ์หลายสำนักในสาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่
ยม นอกจากนี้ เขายังได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ ลูกโลกทองคำและแซ็ก
อวอร์ดสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมอีกด้วย นอกจากนั้น ในปี 1997
เขายังได้รับบททนายความหนุ่มผู้มองโลกแบบอุดมคติในภาพยนตร์โดยฟรานซิส
ฟอร์ด คอปโปลาเรื่อง The Rainmaker และรับบทคามีโอในภาพยนตร์โดยเควิน
สมิธเรื่อง Chasing Amy
ในปี 2000 เขาและเอฟเฟล็คได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัทโปรดักชัน ไลฟ์แพลเน็ท
เพื่อผลิตภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์และโปรเจ็กต์สื่อใหม่ๆ
ไลฟ์แพลเน็ทได้อำนวยการสร้าง เรื่อง Project Greenlight
ที่ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์จนถึงปัจจุบันได้แก่ Stolen Summer, The Battle
of Shaker Heights และ Feast นอกจากนี้
บริษัทนี้ยังได้อำนวยการสร้างสารคดีเรื่อง Running the Sahara
ที่กำกับโดยเจมส์ มอล เจ้าของรางวัลออสการ์อีกด้วย
ในปี 2002 เขาได้รับบทเจสัน
บอร์นในภาพยนตร์แอ็กชันบล็อกบัสเตอร์เรื่อง The Bourne Identity
และเขาก็ได้กลับมารับบทนี้อีกในซีเควลสองภาค The Bourne Supremacy และ
The Bourne Ultimatum นอกจากนี้ เขายังได้ร่วมงานกับสตีเวน
โซเดอร์เบิร์กห์อีกหลายครั้ง
ในฐานะส่วนหนึ่งของทีมนักแสดงระดับแนวหน้าของไตรภาค Ocean

และในบทคามีโอในตอนที่สองของภาพยนตร์ชีวประวัติสองตอนของผู้กำกับเรื่อง
Che
ผลงานภาพยนตร์ล่าสุดเรื่องอื่นๆ ของเขาได้แก่ดรมา Hereafter
ซึ่งทำให้เขาได้กลับมาร่วมงานกับผู้กำกับคลินท์ อีสต์วู้ดอีกครั้ง, แอ็กชันทริลเลอร์
Green Zone ที่กำกับโดยพอล กรีนกราส,
ภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมโดยมาร์ติน
สกอร์เซซีเรื่อง The Departed ประกบลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ, แจ็ค
นิโคลสันและมาร์ค วอห์ลเบิร์ก, ทริลเลอร์ดรามาโดยโรเบิร์ต เดอ นีโรเรื่อง The
Good Shepard ประกบเดอ นีโรและแองเจลินา
โจลีและทริลเลอร์การเมืองโดยสตีเฟน กาแกนเรื่อง Syriana ประกบจอร์จ คลูนีย์
นอกเหนือจากนั้น สำหรับจอแก้ว
เขาได้ควบคุมงานสร้างและแสดงในโปรเจ็กต์โดยฮิสทอรี แชนแนลเรื่อง The
People Speak ที่สร้างจากหนังสือที่ร่วมเขียนโดยโฮเวิร์ด ซินน์
นักประวัติศาสตร์ชื่อดัง
และนำเสนอการอ่านบทและการแสดงจากผู้มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในแวดวงบันเทิง
ในปีถัดมา
เขารับบทนำในดรามาสงครามโลกครั้งที่สองที่ได้รับรางวัลของสตีเวน
สปีลเบิร์กเรื่อง Saving Private Ryan และได้แสดงในดรามาโดยจอห์น ดัห์ลเรื่อง
Rounders ประกบเอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน
เขาได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลลูกโลกทองคำครั้งที่สามจากการแสดงของเขาในภ
าพยนตร์ปี 1999 เรื่อง The Talented Mr. Ripley ภายใต้การกำกับของแอนโธนี
มิงเกลลานอกจากนี้ เขายังได้กลับมาร่วมงานกับเบน เอฟเฟล็คและผู้กำกับเควิน
สมิธอีกครั้งในคอเมดีอื้อฉาวเรื่อง Dogma
ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ
หลังจากนี้ของเขาได้แก่การแสดงนำในภาพยนตร์โดยโรเบิร์ต เรดฟอร์ดเรื่อง The
Legend of Bagger Vance, ภาพยนตร์โดยบิลลี บ็อบ ธอร์นตันเรื่อง All the
Pretty Horses, คอเมดีโดยพี่น้องฟาร์เรลลีเรื่อง Stuck on You ประกบเกร็ก
คินเนียร์, ภาพยนตร์โดยเทอร์รี กิลเลียมเรื่อง The Brothers Grimm ประกบฮีธ
เล็ดเจอร์และบทคามีโอในภาพยนตร์โดยจอร์จ คลูนีย์เรื่อง Confessions of a
Dangerous Mind
ในปี 2008 เดมอนและเอฟเฟล็ค เจ้าของรางวัลออสการ์ ได้ก่อตั้งเพิร์ล
สตรีท โปรดักชันส์ เพื่อผลิตเรื่องราวจอแก้วและจอเงิน

พวกเขาได้ร่วมอำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง Promised Land
โปรเจ็กต์ปัจจุบันของพวกเขาได้แก่ Whitey Bulger, Father Daughter Time a
tale of armed robbery and Eskimo kisses, Live By Night และ Race To
The South Pole เจนนิเฟอร์ ท็อดด์ (Memento, Alice in Wonderland)
รับหน้าที่ประธานบริษัท ซึ่งมีสัญญาเสนองานกับวอร์เนอร์ บราเธอร์ส
พิคเจอร์สเป็นที่แรก
ในปี 2011 เขาได้แสดงในภาพยนตร์หลายเรื่อง รวมถึง We Bought a
Zoo ที่กำกับโดยคาเมรอน โครว์,
รีเมกภาพยนตร์เวสเทิร์นคลาสสิกโดยพี่น้องโคเอนเรื่อง True Grit,
ทริลเลอร์โดยจอร์จ โนลฟีเรื่อง The Adjustment Bureau ประกบเอมิลี บลันท์
นอกจากนี้ เขายังได้พากย์เสียงภาพยนตร์อนิเมชันเรื่อง Happy Feet 2
และได้ร่วมงานกับโซเดอร์เบิร์กห์อีกครั้งเพื่อร่วมแสดงในทริลเลอร์เรื่อง
Contagion อีกด้วย…