ธ.ค. 14 2018

6 มังงะสุดสนุก แต่ไปไม่รุ่งเมื่อสร้างเป็นอนิเมะ ตอน 2

เป็นเรื่องธรรมดาที่หากมีด้านประสบความสำเร็จก็ย่อมมีด้านที่ล้มเหลว
ในทางตรงกันข้ามเช่นเดียวกับอนิเมะ
และมังงะที่แม้จะถูกผลิตมาจากเนื้อเรื่องเดียวกัน
แต่เมื่อแยกเป็นสองเวอร์ชั่นกลับไม่อาจประสบความสำเร็จเหมือนกันได้ซะอย่างนั้น
และนี่คือเหล่าการ์ตูนสุดสนุกที่ตอนเป็นมังงะได้รับความนิยมอย่างมาก
แต่เมื่อถูกสร้างเป็นอนิเมะกลับลดทอนความนิยม และไม่สามารถฉายได้จนจบเรื่อง
จะมีเรื่องใดบ้างติดตามได้ที่นี่

ยูกิ
หากใครเป็นคอการ์ตูนยุคเก่าย้อนไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว
คงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักกับการ์ตูนเรื่องยูกิอย่างแน่อนอน
เพราะถือได้ว่าเป็นการ์ตูนดังแห่งยุคที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
ถึงขั้นที่เกมการ์ดได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมีการวางจำหน่ายเป็นจำนวนมาก
และราคาที่แตกต่างกันออกไป
ซึ่งเวลานั้นไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนก็จะสามารถพบเห็นคนที่พกการ์ดติดตัวไปเสมอ
เพราะในการ์ตูนนั้นเหล่าตัวละครมักมีลำรับไพ่ติดตัวไว้ตลอดเวลาเพื่อดูเอลกับศัตรูนั่นเอง
แน่นอนว่าด้วยความเป็นการ์ดตูนยอดฮิต
แถมยังเป็นการ์ตูนแนวที่ไม่ซ้ำใครทำให้ยูกิถูกหยิบมาสร้างเป็นอนเมะแบบไม่รอช้า
ซึ่งดูเหมือนว่าลักษณะของการ์๋ตูนเรื่องก็น่าจะไปได้สวยกับการเป็นอนิเมะ
อย่างไรก็ตามความนิยมอนิเมะยูกินั้นในช่วงแรกได้รับเสียงตอบรับที่ดีเนื้อเรื่องมีความสนุกไม่ต่างจากมังงะ
แถมตัวละครยังคล้ายกันเป๊ะๆ
ทว่าสุดท้ายแล้วฉบับมังงะก็ดึงอารมณ์คนดูได้ดีกว่าจนทำให้อนิเมะยูกิมีจุดจบที่ไม่สวยไปอีกเรื่อง
และนับเป็นสุดยอดการ์ตูนที่ค่อนข้างล้มเหลวเลยทีเดียวกันการทำเป็นอนิเมะ

บาคุแมน
เรียกได้ว่าเป็นการ์ตูนที่ให้ควารู้เกี่ยวกับชีวิตนักเขียนการ์ตูนได้ดีมากๆ
เพราะเต็มไปด้วยรายละเอียดครบรสที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนเอง
โดยบาคุแมนว่าด้วยสองคู่หูที่ตัดสินใจจับคู่เขียนการ์ตูนส่งประกวดตั้งแต่อยู่มัธยมปลาย
แต่ด้วยความที่ยังเด็กจึงต้องต่อสู้อุปสรรคอย่างยากลำบาก
กระทั่งมีการ์ตูนเป็นของตัวเองได้สำเร็จที่สำคัญเรื่องนี้ยังแสดงชัดเจน
ว่าหากมังงะจเป็นอนิเมะสักเรื่องต้องผ่านอะไรมาบ้าง
ซึ่งบาคุแมนเองก็ถูกสร้างเป็นอนิเมะด้วยเช่นกัน
แต่จากการที่เป็นการ์ตูนที่มีรายละเอียดเยอะทำให้คนชื่นชอบฉบับมังงะมากกว่า

รีบอร์น
หนึ่งในการ์ตูนขายดิบขายดีของจั๊มป์เรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างมากจนถูกนำมาสร้างเป็นอนิเมะ
ซึ่งช่วงแรกได้รับการตอบรับที่ดี เพราะเต็มไปด้วยความสนุก และความฮาครบรส
แต่ช่วงหลังเนื้อหาเยอะขึ้นรวมไปถึงการเสพจากมังงะ
ให้อารมณ์มากกว่าดังนั้นเวอร์ั่นอนิเมะจึงลดทอนความนิยมลงไป…

ธ.ค. 11 2018

เรื่องย่อ ปาฏิหาริย์แก้วนาคราช

ปาฏิหาริย์ แก้วนาคราช (บุญเฮ็ด บุญสร่าง) นำเสนอเรื่องราวของ พล (นิว ชัยพล)​
เด็กชายต่างจังหวัดจิตใจงาม
ถูกหล่อหลอมด้วยพระธรรมคำสอนจากการชี้นำของยาย
แต่เพราะปัญหาครอบครัวทำให้เขาตัดสินใจหันหลังให้ศาสนา
ก้าวสู่วงการนักเลงและยาเสพติดทุกรูปแบบเพื่อประชดชีวิต
และนี่เองที่เป็นเหตุให้เขาต้องหนีการตามล่าของตำรวจไปอยู่กรุงเทพ
ผู้หญิง ยาเสพติด และความรุนแรง
นำมาซึ่งความวุ่นวายในชีวิตของพลจนทำให้เขาแทบเอาตัวไม่รอดอยู่บ่อยครั้ง
จนกระทั่งได้มาพบกับเพื่อนเก่า หนุ่ย (ตุ้ย เกียรติกมล)
ที่มาชักชวนให้เขาทำงานกับเจ๊เพ็ญ (อัญ อรญา)
หัวหน้ามาเฟียชื่อดังในวงการใต้ดินที่ใช้มูลนิธิสังคมสงเคราะห์บังหน้าแต่แอบทำธุรกิ
จรับส่งยาลับหลัง ก็ยิ่งทำให้เขาถลำลึกเข้าสู่ห้วงบาปยิ่งขึ้นไปอีก
แล้วเธอก็มาทำให้จิตใจของชายหนุ่มที่หันหลังให้ศาสนาต้องสั่นคลอน ขวัญแก้ว
(จูน ชลฤดี) อดีตคนรักที่ได้พบกันอีกครั้งอย่างไม่คาดคิด
ความรักที่มีต่อขวัญแก้วทำให้พลอยากถอนตัวออกจากวงการอันตราย…
แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้น… เพราะวงการนี้ก้าวเข้ามาเมื่อไหร่
ถ้าอยากออกไปก็ต้องไปในฐานะศพเท่านั้น !
พลที่ถูกหมายหัวจะพาขวัญแก้วที่ติดร่างแหเอาตัวรอดจากสถานการณ์ถูกตามล่านี้ได้
อย่างไร ? และการตัดสินใจของพล หลังจากได้รู้ว่าเขาและคนที่เขารักที่สุด
จะเหลือเวลาในโลกนี้อีกแค่ห้าปีคือ ?…

ธ.ค. 09 2018

เรื่องย่อ อาบัติ

เมื่อความหลงครอบงำผู้ใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น
ซัน” เด็กหนุ่มวัย 19 ปีผู้เอาแต่ใจตนเอง ไม่สนใจใคร 
และดำเนินชีวิตคึกคะนองอย่างเต็มที่ เขาจึงถูกบิดาบังคับให้มาบวชเณรเพื่อดัดนิสัย 
การบวชอย่างไม่เต็มใจ ไร้ศรัทธา และด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจว่าตนเองทำผิดอะไรนักหนา 
ก็เลยทำให้ซันยังคงใช้ชีวิตเหมือนเช่นเคยทั่วๆไปแม้ว่าจะอยู่ในผ้าเหลืองแล้วก็ตาม 
รวมทั้งการแอบคบหากับ ฝ้าย
สาววัยรุ่นท้องถิ่นผู้โหยหาในความรักซึ่งเสมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่ทั้งคู่มีให้แก่กันและก็เชื่อถือว่าไม่ใช่เรื่องผิดอะไร
ทุกการกระทำที่ท้าทายการอาบัตินี้ 
ทำให้เณรซันจะต้องเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์ลึกลับชวนขนหัวลุกที่ถูกปกปิดไว้ภายในวัด 
ทั้งเรื่องราวความสัมพันธ์ของสีกากับพระ,
การเผชิญหน้ากับผีเปรตที่ตามมาขอส่วนบุญและทวงคืนชีวิตที่ต่างเชื่อมโยงกันอย่างคาดไม่ถึง 
และก็ความผิดที่เขากำลังวิ่งหนี ก็เข้ามาตอกย้ำให้เขาต้องชดใช้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ธ.ค. 05 2018

หนัง Pacific Rim: Uprising – แปซิฟิค ริม ปฏิวัติพลิกโลก

หลังจากที่มวลมนุษยชาติรอดพ้นจากการถูกเหล่ามอนสเตอร์หรือไคจูบุกโลก ใน Pacific Rim ภาคแรก
โลกก็ดูเหมือนจะไม่สงบสุขอย่างที่คิด เพราะมนุษย์ก็ยังอยู่อย่างหวาดกลัว
ว่าเหตุร้ายจะเกิดซ้ำสอง เจค เพนเทคอตส์ (John Boyega)
ลูกชายของวีรบุรุษสงครามอย่าง สแต็คเคอร์ เพนเทคอตส์
เขาใช้ชีวิตต่างจากผู้เป็นพ่อของเขาอย่างสิ้นเชิง เป็นหัวขโมย ไม่สนใจโลก
ในขณะที่สมัยก่อนเค้าก็เคยเป็นนักขับเยเกอร์ฝีมือดี
แต่โชคชะตาก็ขีดให้เขากลับไปข้องเกี่ยวกับเยเกอร์อีกครั้ง
พร้อมกับต้องรับมือกับภัยร้ายใหม่ที่กำลังคืบคลานเข้ามาสู่โลก อีกครั้ง !?

ความรู้สึกแรกหลังดูจบ..
บางครั้งก็อาจจะเพราะว่าได้ไปอ่านกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่มีต่อหนังเรื่องนี้ก่อนเข้าไปชมก็ได้
ทำให้ผมอดความคาดหวังที่มีต่อภาคต่อเรื่องนี้ไว้ต่ำมาก
ซึ่งแรกเริ่มมันก็ค่อนข้างที่จะไม่สูงมากอยู่แล้ว
เนื่องจากว่าตัวอย่างหลายต่อหลายตัวของหนังที่ปล่อยออกมา
ก็ไม่ได้สร้างความ happyให้กับตัวผมเท่าไหร่ เกริ่นมาเสียนาน หนังออกจะทำได้ดีกว่าที่คาดไว้
อย่างต่ำก็ไม่ได้น่าเบื่ออะไร เป็นหนังป๊อปคอร์นดีๆเรื่องนึง ดูได้เพลินๆแต่ก็ไม่มีซีนใดซีนนึงที่พีคมากนัก

สิ่งที่น่าชื่นชม
เหตุผลสำหรับการแถสร้างภาคต่อค่อนข้างทำได้น่าพึงพอใจ ซึ่งมันไม่ดูเด๋อหรือจงใจแถมากนัก
เนื่องจากตัวหนังภาคแรกมันค่อนข้างจบบริบูรณ์ไปประมาณนึง
แล้วก็การที่เดลโทโร่ไม่ได้มาทำต่อจึงทำให้เรื่องราวอาจไม่ปะติดปะต่อ แต่ Uprising ก็กลับทำส่วนนี้ได้ดี

สิ่งที่รู้สึกไม่ชอบ
ต้องยอมรับว่า การที่หนังภาคแรกถูกใจแฟนหนังแผ่นดินใหญ่
มีผลให้ภาคนี้ออกมาไม่ดีอย่างภาคแรก ด้วยเหตุว่าภาคนี้ดูเหมือนเอาใจจีนมากจนเกินไป
จนหลายต่อหลายจุดในเรื่องดูสับสน ดูเด๋อไปนิด
ซึ่งตรงนี้เองก็ทำให้ความเป็น Pacific Rim
ที่เดลโทโร่สร้างขึ้นจากความรักความหลงไหลในวัฒนธรรมโทคุเซ็ทสึของญี่ปุ่น
ซึ่งภาคนี้ไม่มีนี้อยู่เลย แถมยังกลายพันธุ์เป็น Transformers: Age of Extinction อย่างเต็มตัว
แถมดนตรีประกอบอันเป็นที่น่าจดจำ
ภาคนี้ยังถูกหยิบมาใช้แบบไม่มีศิลปะและไม่ขลังอย่างที่มันควรจะเป็น รวมไปถึงไคจู
ที่เป็นสเน่ห์อีกอย่างของหนังก็ถูกจัดวางอย่างไม่ใส่ใจ
ทั้งหมดนี้ลดทอนคุณค่าให้ภาคที่ 2 ของ Pacific Rim นี้กลายเป็นหนังตลาดดาดๆเรื่องนึงไป

สรุป
แม้ว่าตัวหนังจะโยนความเป็น Pacific Rim ทิ้งไปจนหมดสิ้น
จนหนังขาดสเน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ไป แต่ตัวหนังก็พอจะดูได้เรื่อยๆ
ดูเพลินๆได้อยู่ ฉากต่อสู้ฉากอะไรยังพอมีให้สนุกได้อยู่บ้าง
ไม่ได้ถึงกับแย่จนดูไม่ได้อะไรนัก ใครที่ดูภาคแรกมาแล้วชอบมากอาจจะต้องเผื่อใจไว้นิดนึง
ว่าคุณภาพอาจจะต่างไปจากภาคแรกโดยสิ้นเชิง…

พ.ย. 29 2018

Tonight, at Romance Theater

เรียกได้ว่าช่วงที่ผ่านๆมานี้ ตั้งแต่ปีที่แล้ว
เราต่างได้เห็นผลงานภาพยนตร์จากแดนอาทิตย์อุทัยต่างๆ
อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอนิเมชั่นที่กวาดน้ำตาผู้คนไปได้เพียบอย่าง Your Name
หรือภาพยนตร์โรแมนติกดราม่าอย่าง Tomorrow I Will Date with Yesterday’s You
มาในปีนี้กับผลงานที่ทำรายได้เปิดตัวถล่มทลายใน Box Office ญี่ปุ่น
แซงภาพยนตร์สุดดราม่าน้ำตาตกยันข้างในอย่าง “ตับอ่อนเธอนั้นขอฉันเถอะนะ”
โดยภาพยนตร์โรแมนติกแฟนตาซีนี้เกิดเรื่องราวของ เคนจิ
ที่ได้หลงเสน่ห์นางเอกในภาพยนตร์ขาวดำเรื่องหนึ่งอย่าง มิยูกิ
จนถึงมีอยู่คืนหนึ่งได้เกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่าทำให้เจ้าหญิงหลุดออกมาในโลกแห่งความเป็นจริง
แต่ว่าเงื่อนไขสุดเจ็บปวดนี้คือ “คุณไม่สามารถที่จะสัมผัสตัวคนที่คุณรักได้”
มิฉะนั้น คุณจะต้องกลับไปสู่โลกที่เธอจากมาตลอดกาล

ภายหลังจากได้ดูทำให้พวกเรามีความรู้สึกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักขาวดำที่ค่อยๆ
เติมแต่งสีสันให้กับมันที่สุดแสนจะเจ็บปวดและเข้าใจเป็นอย่างดี
กับประโยคที่หนังตั้งคำถามมาให้เราว่า “คุณจะใช้ชีวิตโดยไม่สัมผัสคนที่คุณรักได้หรอ?”
การจับมือ โอบกอด เราก็ไม่สามารถรับรู้ได้แม้กระทั่งไออุ่นของคนที่ตัวเองรัก
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้สื่อประเด็นนี้ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งเจ็บจริงๆ
โดยยิ่งไปกว่านั้นฉากที่พวกเราได้เห็นในตัวอย่างกับฉาก “จูบกันผ่านกระจก”
ก็เลยทำให้พวกเรารู้สึกได้ว่า “สวยงาม แต่เจ็บปวด”
บวกกับการแสดงของพระเอกน้ำตาสั่งได้ เคนทาโร่ ซาคากุจิ ที่เล่นบท เคนจิ
แสดงออกมาได้เป็นอย่างดี เล่นได้เจี๋ยมเจี่ยมมาก ดูเคอะเขิน รวมทั้งบริสุทธิ์ใจ
ประกอบกับนักแสดงที่สวยทุกการเคลื่อนไหวเหมาะกับหน้าที่เจ้าหญิงมากอย่าง
ฮารุกะ อายาเสะ ที่มารับบทเจ้าหญิงขาวดำ มิยูกิ
และก็การแสดงแต่ละตัวละครที่เรียกได้ว่า “ใหญ่”
พอสมควรเลยทีเดียว แถมด้วยเครื่องแต่งกายในเรื่องนี้ พูดได้ว่าสวย และมีสไตล์มากๆ
พอใช้เห็นรูปที่ถ่ายออกมาในตอนเครดิตขึ้นยิ่งสวยเข้าไปใหญ่ และก็อีกประเด็นที่มีความรู้สึกว่า
ฉากแต่ละฉากย้ำสีสันที่สดมากมาย แต่ว่าก็สวยมากมายเหมือนกัน

บางครั้งก็อาจจะเพราะด้วยความที่เจ้าหญิงโลกขาวดำ
มาอยู่ในโลกจริงก็เป็นได้เลยจำเป็นต้องทำฉากสีสดขนาดนั้น
แต่ว่าถึงพล็อตเรื่องจะเยี่ยม หรือน่าดึงดูดเพียงใดก็ตาม
แต่ว่ามันก็ตามน่าเสียดายที่ตัวภาพยนตร์กลับดำเนินเรื่องได้อย่างเรียบง่ายแถมทุกอย่างยังดูเป็นเส้นตรงจนเกินไป
จุดไคลแม็กที่ควรบ่อน้ำตาแตกก็เหมือนจะยังไม่สุด แถมด้วยน่าเสียดายตัวละครประกอบต่างๆ
ที่คงจะมีหน้าที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีมิติมากกว่านี้ก็ดันใช้อย่างไม่คุ้มค่าเอาซะเลย
(ดูๆไปแล้วในใจแอบคิดว่า ถ้าหากเป็นหนึ่งในเจ้าหญิงดิสนีย์
มันจะออกมาเป็นยังไงหว่า 555 ถือว่าเป็นเจ้าหญิงที่มีสไตล์และน่าดึงดูดไม่น้อยเลย)
โดยรวมแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ถ้าใครชอบภาพยนตร์แนวรักแฟนตาซีโรแมนติก
ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเหมือนกันนะ
ส่วนตัวค่อนข้างชอบพล็อตเรื่องของมันมากๆแต่เสียดายวิธีการเล่าเรื่องของมันไปหน่อย…

พ.ย. 28 2018

รีวิว Railroad Tigers ใหญ่-ปล้น-ฟัด

Railroad Tigers ใหญ่-ปล้น-ฟัด ภาพยนตร์คอเมดีแอคชั่นผสมกลิ่นอายจาง ๆ
ของสงครามเล็กน้อย
ว่าด้วยเรื่องราวของกลุ่มเสือบินที่ทำการเล็กหวังปล้นของจากพวกทหารญี่ปุ่นตามขบ
วนรถไฟ กระทั่งวันหนึ่งได้ช่วยเหลือทหารจีนนายหนึ่ง
โดยทราบว่ากองพันของตัวเองหวังจะระเบิดสะพาน
เพื่อตัดเส้นทางไม่ให้พวกญี่ปุ่นลำเลียงเสบียงไปยังทัพหน้าได้
ทำให้กลุ่มเสือบินต้องทำการใหญ่ครั้งนี้ให้สำเร็จ
จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ทำให้สะดุดตาสะดุดใจเป็นอย่างแรกคือการทำฉากแอนิ
เมชั่นเล็ก ๆ ที่ใส่เพิ่มเข้ามาในช่วงต้นของภาพยนตร์
เป็นแอนิเมชั่นเปิดนำเรื่องที่ทำออกมาได้สวยงามทีเดียว ใช้ในการแนะนำตัวละคร
และเล่าเหตุการณ์สำคัญให้เข้าใจได้ง่าย
แทนการเล่าเรื่องที่ใช้บทสนทนาของตัวละคร
ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสีสันที่ทำให้คนดูแปลกใจไม่น้อย

ภาพยนตร์ที่เฉินหลงแสดงนำนั้น
ส่วนใหญ่ก็คงหนีไม่พ้นภาพยนตร์แอคชั่นพร้อมกับกระตุ้นต่อมฮาไปในตัว
แต่ความตลกส่วนใหญ่นั้นก็หนีไม่พ้นทีมพากษ์ระดับพระกาฬอย่างทีมพากษ์พันธมิตร
มาช่วยเสริมเติมแต่งให้เรียกเสียงหัวเราะจากคนดูได้ตลอดทั้งเรื่องเช่นเคย

แม้ว่าฉากส่วนใหญ่ของเรื่องจะเกิดขึ้นบนรถไฟที่กำลังแล่นอยู่บนราง แต่ฉากอื่น ๆ
ที่อยู่นอกตัวรถไฟ โดยเฉพาะท้องทุ่งนั้น ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าเป็นฉากที่สวยงามทีเดียว
ไม่แน่ใจว่าฉากเหล่านั้นเกิดจากการใช้สเปเชียลเอฟเฟกต์หรือไม่ประการใด
แต่ช่วยให้ผู้ชมได้พักสายตาจากฉากต่อสู้มาอยู่กับธรรมชาติที่สวยงาม

จุดที่อยากตั้งข้อสังเกตก็คือในช่วงครึ่งแรกนั้น
ภาพยนตร์มีการตัดสลับไปฉากอื่นรวดเร็วจนทำให้เกิดความสงสัยเล็กน้อย
และอดคิดไม่ได้ว่าจะใส่ฉากนั้นมาทำไม ซึ่งฉากเล็ก ๆ
บางฉากนั้นถ้ามาเรียงร้อยและเล่าเรื่องให้ต่อเนื่องได้ก็น่าจะทำสมูธและน่าสนใจยิ่งขึ้

ด้วยความที่เรื่องราวของภาพยนตร์ไม่ได้มีความสลับซับซ้อนใด ๆ
มีเนื้อหาที่เข้าใจง่าย แต่บางฉากกลับใช้เวลานานไปเล็กน้อย
หรือบางฉากที่ไม่ได้จำเป็นกับเนื้อเรื่องหลัก
สามารถตัดออกได้ก็น่าจะทำให้ภาพยนตร์ดูกระชับมากขึ้น และไม่เนือยจนเกินไปนัก

ภาพยนตร์ของเฉินหลง แน่นอนว่าแฟน ๆ
เฉินหลงอยากจะเห็นการต่อสู้ของเฉินหลงในรูปแบบต่าง ๆ
โดยเฉพาะการต่อสู้ระยะประชิดและใช้สภาพแวดล้อมรอบตัวเป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคั
ญในการต่อสู้ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์สำคัญนั้น
ในภาพยนตร์เรื่องนี้กลับปรากฏสิ่งที่ว่ามาน้อยไปสักหน่อย
ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้เน้นการใช้อาวุธปืนรวมไปถึงอาวุธสงครามเป็นหลัก
มากกว่าการออกหมัดออกมวยเหมือนภาคก่อน ๆ
และดูเหมือนว่าภาคนี้เฉินหลงจะเน้นไปที่การตั้งรับมากเป็นพิเศษ…

พ.ย. 26 2018

รีวิว Demon Eye

Demon Eye ผีเดินมาบิดหัว
หนังสยองขวัญนอกกระแสอีกหนึ่งเรื่องที่ทำเอาผู้ชมถึงกับสะพรึงกันมาแล้ว
เมื่อครั้งตัวอย่างของหนังได้ปล่อยออกมา
เป็นหนึ่งในผลงานของผู้กำกับ Ryan Simons
ที่จะบอกเล่าเรื่องราวของสาวคนหนึ่งที่มีเหตุจำเป็นต้องกลับไปบ้านของพ่อที่อยู่ในบ้านนอก
และก็พบว่าที่แห่นั้นมันดันมีอะไรบางอย่างที่น่าสยองสิงสถิตอยู่
มันจะออกมาหลอกและก็ตามกรีดทั่วร่างกายมนุษย์
ไม่เพียงเท่านั้นมันยังสรรหาแนวทางสารพัดเพื่อหลอกหลอนคนให้กลัวอีกด้วย
แล้วก็หนึ่งในท่าที่มันมาเผยตัวให้คนต้องสั่นผวาก็คือ ท่าเดินมาบิดหัวกลับหลังแล้วหลอกคน
นี่เป็นหนังที่ดูแล้วหลอนมากจริงๆหากในชีวิตจริงจะต้องพบอะไรแบบนี้จะทำเช่นไร
หนังฝรั่งส่วนมากถ้าหากเกิดเรื่องสยองขวัญจะมีอยู่สองแบบคือ หลอนแบบบรรยากาศชวนหลอน
ชวนให้เราจำเป็นต้องคิดตาม หรือคิดไปเอง
กับการสยองแบบน่าสยดสยองมากมายๆมองเห็นผีจะจะแบบติดตาไปเลย
อย่างเรื่องนี้ไง ที่เห็นผีจะ จะ เห็นแล้วแทบกรี๊ดเลยล่ะ ชวนให้คิดว่า ถ้าหากพวกเราต้องไปอยู่ในเหตุการณ์อย่างนั้น
พวกเราต้องทำยังไงจะหนีไปไหนดี เพราะฉะนั้นใครถูกใจหนังแนวนี้ก็เตรียมตัวขนหัวลุกไว้ให้ดี
เข้าฉายปุ๊ปรีบไปดูเลย แล้วมารีวิวด้วยนะว่า น่ากลัวระดับไหน
หนังเข้าฉายในสหราชอาณาจักรไปเมื่อวันที่ 01 มิถุนายนที่ผ่านมาและกำลังจะเข้าฉายในอเมริกาเร็วๆนี้
ส่วนจะเข้าไทยไหมคงต้องรอดูกันต่อไป ว่าแต่ว่ามีใครกลัวผีเดินมาบิดหัวบ้างไหม
แต่ว่าขอร้องอย่างหนึ่งอย่าผวนชื่อเลยนะ
เดี๋ยวจะกลายเป็นตลกแทนที่จะน่ากลัว นั่นแน่ แอบผวนกันอยู่ใช่ไหมล่ะ…

พ.ย. 21 2018

The Nutcracker and the Four Realms หวนคืนสู่โลกแฟนตาซีสไตล์ดิสนีย์

จะว่าไปแล้วปีนี้เป็นปีนี้หนักสำหรับหนังแฟนตาซีค่ายดิสนีย์จริงๆ
ไม่ว่าจะเป็น A Wrinkle In Time เมื่อต้นปีก็พังไม่เป็นท่า
อีกทั้งคำวิจารณ์ และรายได้ รวมไปถึง Christopher Robin
ที่พึงฉายไปเมื่อเดือนสิงหา แม้ว่ารายหลังจะรีวิวออกมาดี แต่ว่าไม่ได้ถูกอกถูกใจผู้ชม
หรือดึงดูดพอให้ทำเงินแต่อย่างใด พอถึงคิวเรื่องนี้เข้าฉาย ไม่วายเหมือนค่ายหนังจะรู้สึกตัว
ตัดงบไม่ทำพากย์ไทยเข้าฉายโรง และลดการโปรโมทในสื่อต่างๆเยอะมาก
จนเกือบจะมองไม่เห็นการโปรโมทเลยด้วยซ้ำไป ทำให้ผมเองก็รู้สึกหวาดหวั่นๆใจในตัวหนังเรื่องนี้จริงๆ
เรื่องราวเกี่ยวกับ คลาร่า เด็กหญิงผู้ซึ่งสูญเสียแม่ผู้เป็นทีรักไป ทำให้เธอและครอบครัวไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไหร่
เนื่องจากว่าเธอมีความฉลาดเหมือนแม่ นั่นทำให้ความฉลาดเกินคนรอบข้างจะเข้าใจได้
เธอก็เลยชอบหมกตัวอยู่ห้องใต้หลังคา จนเธอได้รับของขวัญจากแม่
เป็นกล่องปริศนาที่ต้องใช้กุญแจพิเศษในการไขเปิดความลับ ที่เธอคิดว่าแม่ทิ้งไว้ให้
ทำให้เธอต้องไปยังบ้านพ่อทูนหัวเพื่อขอความช่วยเหลือ
ซึ่งตรงนั้นเองเป็นประตูเข้าสู่ดินแดนลี้ลับที่แม่ของเธอเป็นผู้สร้าง และก็เธอต้องช่วยกอบกู้มันจาก มาเธอร์จิงเจอร์
ในด้านการดำเนินเรื่องนั้นไม่ได้มีลูกเล่นใดๆเลย เป็นการดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรงฉิวตั้งแต่ต้นเรื่องจนถึงสิ้นเรื่อง
นับว่าเป็นข้อด้อยของเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ แถมยังมีพล๊อตเรื่องที่เหมาะกับเด็กอายุไม่เกิน 12 ขวบ
ทำให้ผู้ใหญ่ที่เข้าไปดูต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า หนังมันเด็กเกินไป
ส่วนด้านที่ประทับใจ รวมทั้งดึงดูดให้คนดู สามารถอยู่ดูจนจบเรื่อง นอกจาก
น้องแม็คเคนซี ฟอย จาก Twilight Breaking Dawn Part 2 / Interstellar ที่สวย
น่ารักน่าเอ็นดูโดดเด่นน่าติดตามแล้ว ยังมี CG ฉากต่างๆชุดต่างๆในเรื่อง พูดได้ว่า มีดีเทล
รายละเอียดอะไร ใส่มาแบบไม่ยั้ง ผลงานออกมาดูลงทุนกับจำนวนเงินไปในส่วนนี้มาก
โดยรวมแล้วเอาตรงๆเลยคือ เรื่องนี้เป็นหนังที่เหมาะกับเด็กจริงๆ
หรือคนที่ชอบดูหนังแฟนตาซีสีฉูดฉาด เน้นเสพ CG เป็นหลัก ก็สามารถเอ็นจอยไปกับเรื่องได้ง่ายๆ
และก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนังเองฉายในเวลาเหมาะเจาะกับเทศกาลปลายปีซะจริงๆ
ได้แต่หวังว่ารายได้น่าจะคืนทุนบ้าง และไม่เจ็บตัวมากไปกว่าที่เป็นอยู่นี้ครับ…

พ.ย. 16 2018

รีวิวหนัง Slumber

หนังอาจจะไม่ได้ใหม่ทั้งเรื่อง
แต่คือเรื่องของครอบครัวธรรมดาที่ถูกผีอำกับอดีตหมอที่เคยเจอเรื่องราวอย่างงี้มาก่อน และก็เมื่อโตมา
หมอคนนี้ก็ยึดถือกระบวนด้านวิทยาศาสตร์แทนที่จะเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้น
แต่ก็ยังมีความขัดแย้งระหว่างจิตใจตัวเองและก็โลกความเป็นจริง
แต่สุดท้ายแล้วเรื่องก็ฝืนความจริงไปเล็กน้อยในจุดนั้นจุดนี้ของเรื่อง
จนสุดท้ายหนังเรื่องนี้เลยดูไม่น่าเชื่อถือ
ช่วงแรกของหนังก็น่าเบื่อมาก คือ เล่าเรื่องที่ผู้ชมคงจะเดาได้อยู่แล้ว
แต่สถานการณ์ในหนังดูรวมๆแล้วก็สร้างความสนุกสนานอยู่ โดยยิ่งไปกว่านั้นเรื่องของครอบครัวที่โดนผีอำทุกคน
มันก็น่าสงสารและน่าเห็นใจ ในหนังทีความกระอักกระอ่วน ซึ่งเป็นชนวนที่จะทำให้หนังประเด็นนี้เข้มข้นขึ้น
กลับไม่ได้เน้นย้ำหรือทำให้สำคัญขึ้นมา ความเป็นจริงแล้วถูกใจจุดจบของทุกตัวละคร
แต่ไม่ชอบความชัดเจนของหนัง เพราะทำให้ไม่เชื่อและไม่อินตามหนัง
แต่สำหรับมุมที่ชอบก็มีเหมือนกัน เช่น
ภาพการละเมอของคนภายในครอบครัวมันสร้างภาพสะท้อนความรุนแรงในครอบครัวขึ้นมาได้
ถือว่าเป็นการสะท้อนอะไรบางอย่างในครอบครัวออกมา เช่น หมอได้มองเห็น
ความรุนแรงของพ่อติดเหล้าที่รังควานลูกและก็คนภายในครอบครัว ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่ปรากฎการณ์ธรรมชาติอะไรเลย
แต่ว่ามันเป็นภาพในความจำที่เกิดขึ้นจริงในครอบครัวนี่แหละ
ประเด็นนี้ก็มีอะไรให้ขบคิดอยู่บ้าง เพียงแต่ว่าไม่ได้เน้นสิ่งที่ควรจะเน้นย้ำในหนังมากัก ทำให้หนังดูกร่อยไปหน่อย
ถ้าเกิดตีให้แตกนะ รับรองว่าหนังเรื่องนี้จะน่าสนใจมากกว่านี้อีก แต่ว่าอย่างไรก็ตาม
ถ้าหากชอบหนังผีที่มองไม่เห็นผีแบบนี้ แต่มีการสะดุ้งตกใจบางส่วนล่ะก็ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าดูเรื่องหนึ่ง
ใครชื่นชอบก็ไปดูกันได้ ดูแล้วเป็นอย่างไร อย่าลืมมาเล่าให้ฟังนะ…

พ.ย. 12 2018

รีวิว โนราห์

รียกได้ว่าปลายปีนี้วงการภาพยนตร์ไทยค่อนข้างครึกครื้นเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะปล่อยภาพยนตร์เรื่องไหนจากค่ายใดก็ออกมาก็ดูเหมือนจะได้รับความสนใจจากคอหนังชาวไทยมากกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา ซึ่งหากดูจากกระแสต่างๆ โดยภาพรวมนั้นอาจจะทำให้วงการภาพยนตร์ในบ้านเรากลับมาเป็นยุคทองอีกครั้งก็เป็นได้ โดยภาพยนตร์ที่หวังจะมาเป็นส่วนหนึ่งของความนิยมนั้นก็คือ โนราห์ ภาพยนตร์โรแมนติกดรามาที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการกำเนิดวัฒนธรรมของภาคใต้จากฝีมือการกำกับของ เอกชัย ศรีวิชัย ที่มาสานต่อศิลปะพื้นบ้านจาก เทริด (2016) ที่เจ้าตัวพ่วงตำแหน่งผู้กำกับและนักแสดงนำไว้ก่อนหน้านี้

โนราห์ ว่าด้วยเรื่องราวของจุดกำเนิดตำนานความเชื่อทางใต้ที่เริ่มต้นจากหญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่า นอร์ร่า ที่ข้ามมิติกาลเวลาไปยังอดีตจนได้พบกับ สิงหร ทายาทผู้สืบทอดนาฏศิลป์ของเมืองเวียงกลางบางแก้ว แต่ความรักของทั้งคู่ไม่อาจสมหวังได้ เนื่องจากสิงหรต้องรักษาพรหมจรรย์เพื่อที่เป็นโนราห์คนแรกตามธรรมเนียมของบ้านเมือง

จากตัวอย่างแรกของภาพยนตร์ที่ถูกปล่อยออกมานับเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า เอกชัย ศรีวิชัย จะนำตำนานของมโนราห์มาดัดแปลงถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ให้น่าสนใจได้อย่างไร และเมื่อได้ชมแล้วกลับพบว่าค่อนข้างผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินเรื่องที่ไม่ประติดประต่อ ขาดความลื่นไหล เริ่มตั้งแต่เปิดเรื่องมาก็สร้างความงุนงงว่าทำไมเกิดอะไรขึ้น

และด้วยความที่ตัวผู้เขียนเองนั้นไม่ใช่คนภาคใต้จึงอาจจะมีความรู้ในเรื่องประวัติความเป็นมาของมโนราห์ค่อนข้างน้อย จึงทำให้ไม่ค่อยเข้าใจในหลายๆ จุด ซึ่งตัวหนังเองก็เหมือนไม่ได้ตั้งใจที่จะเสนอเรื่องราวเหล่านี้ให้คนทั่วๆ ไปที่ไม่ใช่คนในพื้นที่ได้เข้าใจมากขึ้นเลย แต่ก็มีความเชื่ออยู่ว่าคนในพื้นที่น่าจะพอเข้าใจความเป็นมาของแต่ละตัวละครอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

จากความไม่เข้าใจในจุดนี่เองจึงทำให้ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น แม้ว่าหนังจะพยายามตัดสลับอดีตกับปัจจุบันให้มีความเชื่อมต่อกันก็ตาม ประกอบกับการมีตัวละครต่างชาติเข้ามาบทบาททั้งในอดีตและปัจจุบันก็ยิ่งสร้างงุนงง และเห็นได้ชัดถึงผสมเรื่องราวความรักกับวัฒนธรรมที่ไม่เข้ากัน ยิ่งได้เห็นฝีมือทางการแสดงของนางเอกใหม่ เจด แองเจลิน่า ที่แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะสวยเข้าขั้นแต่ก็ดูจะไม่เข้ากับหนังเลย ทั้งในเรื่องของการพูดไม่ชัด อารมณ์ต่างๆ ที่แสดงออกมาไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ

ในส่วนการแสดงของพระเอกโนราห์คนแรกของเราอย่าง ไพศาล ขุนหนู ที่ผ่านผลงานการแสดงภาพยนตร์มาหลายเรื่อง พอได้มาถ่ายทอดอารมณ์อยู่ในเรื่องนี้ก็ถือว่าทำได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการพูดใต้ การรำมโนราห์ แต่ด้วยวิธีการผูกเรื่องที่ไม่สนุกมาตั้งแต่ต้นก็เลยทำให้ไม่สนุกกับการเรื่องราวเหล่านี้เท่าที่ควร และถึงแม้หนังจะพยายามใส่ความตลกเพิ่มเข้าไปมันก็ยังไม่ได้ดีขึ้น

แต่สิ่งที่หนังทำออกมาได้ดีที่สุดดูเหมือนจะเป็นโปรดักชั่นงานสร้างที่มีความยิ่งใหญ่อลังการ โดยเฉพาะฉากตามเกาะต่างๆ ก็ถ่ายออกมาให้เห็นน่าไปเที่ยวตามรอยเป็นอย่างยิ่ง ส่วนคอมตูมเสื้อผ้านั้นก็จัดเต็มประหนึ่งหนังบอลลีวูดเลยทีเดียว นี่จึงน่าจะเป็นจุดดีอีกจุดที่จะพอทำให้เราเพลิดเพลินได้บ้าง อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงความคิดเห็นเท่านั้น ส่วนจะเชื่อหรือไม่ต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง…